เรื่องจริงต้องรู้…/ช. พิทักษ์… สิงคโปร์จากเมืองกุ๊ยสู่ประเทศเจริญสุด ๆ (2)

เล่าต่อประวัติลี กวนยู เอกมหาบุรุษผู้ก่อตั้งและสร้างสรรค์ความเจริญให้ประเทศที่เดิมเป็นเมืองกุ๊ย ลีเดินทางกลับจากสหราชอาณาจักรปี 1949 หรือ 71 ปีที่แล้ว ทันทีที่ถึงเมืองบ้านเกิดสิ่งแรกที่เขาทำก็คือ เปลี่ยนชื่อเขาจาก Harry Lee ตามที่จดในสูติบัตร

(https://hmd307group2.files.wordpress.com/2013/06/lee-kuan-yew-2.jpg)

เปลี่ยนเป็น Lee Kuan Yew สองคำหลังมีชื่อแรกที่แปลว่า แสงไฟและความสว่าง ส่วนอีกความหมายก็คือ นำเกียรติยศยิ่งใหญ่มาสู่บรรพบุรุษ ทั้งนี้พ่อแม่เขาเองเป็นคนตั้งชื่อ ส่วนชื่อ Harry ที่เขาใช้ตั้งแต่เล็กจนเรียนจบมหาวิทยาลัยปู่เขาตั้ง

เพราะอย่างที่บอกไว้ตอนแรก  ชาวต้นตระกูลที่เขาสืบทอดล้วนฝักไฝ่อยากเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อพยพจากจีน ลีไม่ชอบชื่อ Harry พยายามบอกทุกคนอย่าเรียกเขาตามชื่อนี้ แต่ไม่ได้ผล เพราะคนที่เขารู้จักและคุ้นเคยต่างเรียกชื่อเขาที่เป็นคำอังกฤษ

ทั้งนี้ลีเองก็ไม่ได้คุ้นภาษาจีน คือกว่าจะเรียนภาษาจีนก็ต้องรอจนอายุ 32 ปี หลัง 5 ปีก่อนหน้าเขาแต่งงานกับ Kwa Geok Choo ซึ่งช่ำชองภาษาอังกฤษ ดังนั้นเวลาอยู่ด้วยกันเขาจะพูดภาษาอังกฤษกับภรรยา เธอเสียชีวิตปี 2010 หรือ 5 ปีก่อนสามี

(https://mustsharenews.com/lky-kwa-geok-choo-love-story/)

หลังเปลี่ยนชื่อ ลีเข้าทำงานเป็นนักกฏหมายในสำนักกฏหมายชาวอังกฤษตามเจตนารมย์เดิมของเขา คือเขาตั้งใจจะกลับไปสิงคโปร์เพื่อเป็นนักกฏหมาย การเมืองไม่ได้อยู่ในสมอง การเมืองกับเขาพบกันตอนเขาเข้าทำงานในสำนักกฏหมายแห่งนี้

เพราะสำนักมีลูกความที่เป็นพรรค Progressive Party พรรคก้าวหน้า ที่เป็นพรรคแนวอนุรัก๋์ษ์นิยมต้องการให้สหราชอาณาจักรปกครองสิ่งคโปร์ไปเรื่อย ๆ  และลีได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนสำนักในการดูแลลูกความรายนี้ในช่วงเลือกตั้งสมาชิกคณะมนตรีปกครองสิงคโปร์ปี 1951

ดูแล้วลีคงต้องเป็นนักอนุรักษ์นิยมต่อ ๆ ไป หาใช่เช่นนั้น เพราะ 3 ปีต่อมา คือปี 1954 เขาได้รับงานทนายความที่ปรึกษาคนรองในคดี Fajar Trial ที่ทำชื่อเสียงมากมายให่้เขา จนเขากลายเป็นบุคคลมีชื่อเสียงสุด ๆ หลังชนะคดีนี้

(https://nicolastang.com/wp-content/uploads/2015/03/11081464_951341828239600_2745137422070971409_n.jpg)

และมีส่วนต่อยอดให้เขาได้เป็นผู้นำประเทศ  Fajar เป็นนิตยสารสโมสร University Socialist Club ซึ่งมีสมาชิกเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยฝักไฝ่ลัทธิสังคมนิยม

สมาชิกถูกจับในข้อหาตีพิมพ์บทความในนิตยสารยั่วยุการเป็นกบฏแบ่งแยกสิงคโปร์ออกจากสหพันธรัฐมาลายู หรือออกจากการปกครองสหราชอาณาจักรไปสู่การปกครองตัวเอง มีการพูดเยอะมากลีเองเป็นคนบอกสำนักให้รับว่าความคดีนี้ แต่สมาชิกสโมสรต่างปฏิเสธ

ชื่อเสียงลีนอกจากจะมาจากการชนะ ยังมาจากการที่คดีนี้เป็นคดีแบ่งแยกดินแดนคดีแรกหลังสงครามโลกครั้งที่่ 2 ระยะที่การเรียกร้องอิสรภาพของบรรดาประเทศเมืองขึ้นกำลังมาแรง  และจากการที่เป็นคดีเกี่ยวกับเสรีภาพการพูด ซึ่งเป็นที่ไฝ่ฝันของชาวเมืองขึ้น

มีการยกย่องให้เขาเป็น hero of high วีรบุรุษขั้นสูง ซึ่งก็มีส่วนหนุนให้เขาเป็นมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา และผู้ที่หนุนไม่ใช่ใคร แต่เป็นสมาชิกสโมสรเหล่านั้นนั่นเอง ทุกคนต่างช่วยผลักดันให้ลีประสบความสำเร็จ

ระยะเดียวกันนั่นเองลีก็ได้เข้่าสู่การเมือง โดยเข้าแบบใครรู้ต่างฉงน เนื่องจากหนทางของเขาเป็นหนทางสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ลีเดินเข้าสู่หนทางนี้หลังเกิดการชุมนุมประท้วงของ Singapore Chinese Middle Schools Union

ชื่อแปลว่า สหภาพนักเรียนมัธยมเชื้อสายจีน ซึ่งมีพรรค Communist Party of Malaya พรรคคอมมิวนิสต์แห่งมาลายา อยู่เบื้องหลัง การชุมนุมไม่รุนแรง แต่ตำรวจปราบจลาจลกลับใช้ความรุนแรงจับกุมผู้ประท้วง

(https://www.onlinecitizenasia.com/2016/01/21/riot-squad-brutally-beats-up-a-group-of-unarmed-students-on-13-may-1954-incident/)

ลีเข้าไปช่วยนักศึกษาที่ถูกจับกุมจนได้รับสมญา left-wing lawyer นักกฏหมายฝ่ายซ้าย เพื่มอีกสมญา

ปลายปีดังกล่าวมีการก่อตั้งพรรคกิจสังคมหรือ PAP วันที่ก่อตั้งคือ 12 พฤศจิกายน 1954 ลีเป็นคนหนึ่งที่ร่วมก่อต้้ง ไม่แปลกเพราะเขาเรียนจบสหราชอาณาจักรและมีฐานะชั้นกลาง เช่นเดียวกับผู้ร่วมก่อตั้งคนอื่น ๆ รวมทั้งสมาชิกชั้นนำ

ซึ่งคนในวงการเรียกคนเหล่านี้ว่า “beer-swilling bourgoisie” หรือ “คนกระฎุมพีกระดกแก้วเบียร์” คือติดนิสัยคนอังกฤษ เวลาอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นต้องสั่งเบียร์มาดื่ม และดื่มแบบกระดกแก้ว เพื่อเบียร์จะได้กรูเข้าไปในคอ

เขาฉายแววนักการเมืองชั้นยอดตั้งแต่วันก่อตั้ง เพราะได้เสนอให้พรรคจัดตั้งกลุ่มเพื่อร่วมเป็นพันธมิตรกับสหภาพแรงงานสายนิยมคอมมิวนิสต์ ทำเช่นนี้ไม่ใช่เพื่อประกาศตัวเห็นอกเห็นใจคนนิยมลัทธินี้

แต่เพื่อดึงคะแนนเสียงคนเชื้อสายจีนที่เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุด อีกทั้งบรรดาสหภาพยังมีอุดมการณ์เดียวกับพรรค นั่นคือ ยุติการปกครองที่มีจ้าวอาณานิคม และสร้างสิงคโปร์ให้เป็นประเทศเอกราช

การประชุมใหญ่ครั้งแรกที่เป็นการประชุมเพื่อเลือกผู้นำและสมาชิกคณะกรรมการพรรคมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนกว่า 1,500 คน ซึ่งนับว่ามากในสังคมสมัยนั้และลีได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการพรรค

(https://mothership.sg/2018/03/why-lee-kuan-yew-joined-politics/)

ตำแหน่งที่เท่ากับผู้นำ และเขาก็ได้ดำรงตำแหน่งนี้จนถึงปี 1992 หรือรวมทั้งหมด 38 ปี ถ้าไม่นับช่วงสั้น ๆ ในปี 1957 ที่เขาเว้นระยะ

ต่อจากการได้เป็นเลขาธิการก็คือ การได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทน เป็นหลังชนะการเลือกตั้งเขต ปี 1955 โดยชนะในเขต Tanjong Pagar ย่านประวัติศาสตร์ที่มีคนทุกเชื้อชาติอาศัย แถมมีชื่อเสียงในฐานะมีอาหารขายริมถนน

(https://www.timeout.com/singapore/things-to-do/tanjong-pagar-singapore-coolest-neighbourhood)

ที่เลื่องชื่อคือ ก๋วยเตี๋ยวกับข้าวมันไก่ จนข้าวมันไก่กลายเป็นอาหารประจำชาติสิงคโปร์

(https://www.seriouseats.com/recipes/2013/08/hainanese-chicken-rice-set-recipe.html)

โอยๆ สนุก ๆ บทบาทของลีในฐานะหัวหน้าฝ่ายค้านในสภา เพราะต้องเผชิญทั้งศัตรูในสภาและในพรรคของเขาเอง เผชิญอย่างไรแล้ววันศุกร์หน้าพบกัน

You may also like...