พาณิชย์ชี้ค้าออนไลน์มาแรง
แพร่ทั่วโลกเหมาะผู้เริ่มธุรกิจ

 

อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยข้อมูลของทูตพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเกี่ยวกับการค้าผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซจากทุกมุมโลก พบว่า ปัจจุบันธุรกิจซื้อขายออนไลน์เป็นที่นิยม ยุโรปโตถึง 25 – 30%ปี57  คาดจีนมีขาช้อปออนไลน์โต 271% ในปี 58 ผู้ประกอบการไทยจึงควรปรับตัวให้ทันนวัตกรรม-เทคโนฯที่เปลี่ยนไป ช่วยลดต้นทุน

 

nuntawan

 

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) กระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า “ธุรกิจใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก หรือ มีต้นทุนค่อนข้างต่ำ  โดยเฉพาะพวกสินค้าแฟชั่นและสินค้าความสวยความงาม ซึ่งกระแสมาเร็วไปเร็ว ต้องมีการอัพเดทใหม่ตลอดเวลา อาจจะเริ่มต้นด้วยการซื้อขายผ่านทางออนไลน์ เพราะไม่จำเป็นต้องใช้ต้นทุนสูง  แต่มีโอกาสเติบโตได้ ระบบออนไลน์จะมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ประกอบการรายย่อย(SME)ที่มีไอเดียดีๆ ควรจะสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง และใช้ช่องทางนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการนำสินค้าไปจำหน่าย อย่างไรก็ตามในภาพรวมของสินค้าและบริการของไทย ที่มีภาพลักษณ์ดีและได้รับความนิยม จะยิ่งส่งเสริมให้แบรนด์แข็งแรงมากขึ้น”

ทูตพาณิชย์ ณ กรุงวอซอร์ รายงานว่า ตลาดอี-คอมเมิร์ซในโปแลนด์ มีการเติบโตสูงที่สุดในสหภาพยุโรป(อียู) โดยในปี 2557 การค้าขายผ่านตลาดออนไลน์ขยายตัว 25 – 30เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อาทิ Allegro เป็นเว็บไซต์ที่มีการประมูลขายสินค้าที่ใหญ่ที่สุด มีผู้ใช้บริการมากกว่า 12.5 ล้านคน ได้ดำเนินธุรกิจมีมูลค่ารวม 3.17 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

ทั้งนี้สาเหตุที่อี-คอมเมิร์ซในโปแลนด์ดำเนินกิจการได้ดี เป็นผลจากการที่เศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความต้องการที่จะจับจ่ายใช้สอยสินค้าที่มีราคาถูก จึงเลือกซื้อผ่านทางออนไลน์ ดังนั้นแนวโน้มการค้าขายผ่านออนไลน์ ยังมีโอกาสขยายตัว รวมถึงห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ทั้งคาร์ฟูร์ และเทสโก้ ได้เข้ามาใช้ระบบนี้กับผู้บริโภคในโปแลนด์ เพียงแค่สั่งสินค้า ลูกค้าก็สามารถรับของได้ที่จุดปล่อยสินค้า

ด้านทูตพาณิชย์ ณ กรุงเฮก รายงานว่า ร้านค้าออนไลน์ในเนเธอร์แลนด์มียอดขายมากขึ้น  ผู้บริโภคชาวดัตช์ได้ใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการออนไลน์สูงขึ้น 19% ในไตรมาสแรกของปี 2558  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  ผู้บริโภคชาวดัตช์ใช้จ่ายถึง4,400 ล้านยูโร ซึ่งราว 78 % ของชาวดัตช์ในกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป ใช้จ่ายออนไลน์อย่างน้อย 1 ครั้งในไตรมาสแรกนี้  ถ้าแบ่งตลาดกลุ่มสินค้า คนส่วนใหญ่กว่า 80% ใช้จ่ายออนไลน์ในสินค้าจำพวกเสื้อผ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า อีก 20% เป็นการซื้อบริการ เช่น ประกันภัย  การเดินทาง   โดยมีข้อเสนอแพคเก็จการเดินทาง(ตั๋วเครื่องบินและที่พัก) เป็นแรงจูงใจสำคัญเร่งให้ผู้บริโภคตัดสินใจใช้จ่ายให้เพิ่มขึ้น   รวมถึงบริการบัตรผ่านประตูสวนสนุก เครื่องเล่น  พิพิธภัณฑ์และอื่นๆ  โดยการใช้จ่ายในส่วนนี้มีมูลค่ามากถึง 1,600 ล้านยูโร

สำหรับในจีน อี-คอมเมิร์ซได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของชาวจีนไปอย่างมาก อีกทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณผู้ประกอบการและนักธุรกิจหน้าใหม่ เข้าสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม จากสถิติพบว่าในปี 53 จีนมีจำนวนนักช้อปออนไลน์ทั่วประเทศราว 140 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 520 ล้านคน หรือ เติบโตกว่า  271% ในปี 58

แต่ผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์หลายรายในจีน ยังคงเผชิญปัญหา เรื่องการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน สินค้าจะมีราคาสูงขึ้นเมื่อบวกค่าขนส่งและภาษี อีกทั้งยังมีข้อจำกัดทางด้านภาษา รวมถึงเจ้าของเว็บไซต์ขายออนไลน์ต้องมีระบบการชำระเงินค่าสินค้าที่สะดวกและปลอดภัย  ดังนั้นการจำหน่ายผ่านหน้าร้าน หรือ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า เป็นอีกวิธีที่มีประสิทธิภาพควรดำเนินการควบคู่กันไปด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค

นางนันทวัลย์ กล่าวว่า ทูตพาณิชย์ ณ เมืองดูไบ รายงานผลการสำรวจพบแนวโน้มตลาดการซื้อสินค้าออนไลน์ในสาธารณรัฐอาหรับอิมิเรต(ยูเออี)เติบโตอย่างต่อเนื่อง  ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์อายุเฉลี่ย      25 -34 ปี ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย สินค้าจะซื้อผ่านสมาร์ทโฟน 52% และ 44% ซื้อผ่านคอมพิวเตอร์ ที่เหลือ 4% ซื้อผ่านแท็บเล็ต แม้ว่าอัตราการขยายตัวและความนิยมซื้อสินค้าผ่านสมาร์ทโฟนจะมีมากขึ้นกว่าปีก่อน  

แต่จากรายงานพบว่า ผู้ซื้อยังไม่ให้ความมั่นใจว่าวิธีนี้จะน่าเชื่อถือและปลอดภัยจริง  ผู้ซื้อส่วนใหญ่จึงคิดเงินค่าสินค้าด้วยเงินสดเมื่อรับสินค้า  สำหรับประเภทสินค้าที่ถูกค้นหามากที่สุด ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ  แท็บเล็ต นาฬิกาข้อมือ เครื่องประดับอัญมณี น้ำหอม ส่วนสินค้าที่ถูกสั่งซื้อออนไลน์มากที่สุดได้แก่ เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ในบ้านและในครัว เสื้อผ้าและเครื่องตกแต่ง เป็นต้น

You may also like...