ก.วิทย์เสริมทัพดันเศรษฐกิจ
ปูพรมธุรกิจใช้วทน.-สร้างคน

 

ก.วิทย์จัดทัพใหม่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งตั้งแต่ฐานราก มุ่งยกระดับการแข่งขันของเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายใหม่ รวมถึงเกษตรกรและประชาชน  ปูพรมใช้วิทย์-เทคโนฯ-นวัตกรรม(วทน.)ในทุกองคาพยพ เสริมเขี้ยวเล็บ เสริมแกร่งให้แข่งได้ในตลาดโลกด้วยนวัตกรรม  เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมสร้าง-เพิ่มศักยภาพคนด้านวทน.

 

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปิดเผยว่า รัฐบาลได้ปรับกลุ่มการทำงาน จัดให้กระทรวงวิทย์ฯอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิเช่นเดียวกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ภายใต้การดูแลของดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีว่า เป็นที่น่ายินดีที่นายกรัฐมนตรีเพิ่มความสำคัญของการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม(วทน.)ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งกระทรวงวิทย์พร้อมทำหน้าที่เป็นข้อต่อให้กระทรวงต่าง ๆ และมุ่งเป้าให้บริษัทขนาดใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี(SMEs) และผลิตภัณฑ์ชุมชนพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้ได้ผลผลิตที่สูงขึ้น สอดรับกับนโยบายพัฒนากำลังคนด้านวทน.เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ

 

“การแข่งขันของเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้มีการสร้างนวัตกรรมเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์กลายเป็นสิ่งสำคัญ 12 เดือนที่ผ่านมากระทรวงวิทย์ฯ ได้ทำงานตอบโจทย์ทั้งมิติของสังคมและเศรษฐกิจ แม้วันนี้เราจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะละเลยสังคมแต่ต้องจัดทัพใหม่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งตั้งแต่ฐานราก โดยการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายใหม่ รวมถึงเกษตรกรและประชาชน อาทิ โครงการคูปองนวัตกรรม โครงการพัฒนาส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและเศรษฐกิจชุมชน โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชน แผนงานสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรม (iTAP) การพัฒนาศักยภาพการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาลาล ของอุตสาหกรรมไทย โครงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันผู้ประกอบการ OTOP ด้วย วทน. 5 ภูมิภาค โครงการสร้างแม่ข่ายการจัดการน้ำชุมชนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยกระทรวงวิทย์ฯได้ทุ่มงบประมาณทางด้านนี้มากกว่า 1,200 ล้านบาท”

 

ทั้งนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจใหม่หรือกลุ่ม startup โดยใช้กลไกของอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยและอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทำหน้าที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา ภาครัฐและชุมชนท้องถิ่น ให้ใช้ประโยชน์จากการวิจัยและพัฒนา วทน.ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น

 

นอกจากนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ยังสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ ฮาร์ดดิสก์ ปิโตรเคมี วัสดุศาสตร์ โดยการอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนเข้าถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการเงินสำหรับการลงทุนวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานและบริการของภาครัฐด้านการรับรองมาตรฐานและคุณภาพ การสนับสนุนด้านการกำลังคน ผ่านกลไกศูนย์ส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้กับศูนย์วิจัยและพัฒนาของภาคเอกชนในประเทศไทย หรือ CRDC ซึ่งได้รับความสนใจจากบริษัทใหญ่และเอสเอ็มอี ขณะนี้พร้อมนำร่องเกือบ 20 บริษัทแล้ว

 

ในด้านกำลังคนกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เน้นเพิ่มศักยภาพของบุคลากรด้าน วทน. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเอกชน โดยดำเนินโครงการทาเลนท์โมบิลิตี้ซึ่งเป็นการเคลื่อนย้ายบุคลากรด้านวทน. ที่มีอยู่จำนวนมากในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐให้ไปปฏิบัติงานในภาคเอกชน การสร้างคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ (STEM) ให้เชื่อมโยงการศึกษาและการยกระดับทักษะฝีมือแรงงานเพื่อรองรับการสร้างความสามารถในการแข่งขันและกระจายโอกาสสู่พื้นที่ในภูมิภาค โดยเน้นการลงมือทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน การดำเนินโครงการนำร่องพัฒนากำลังคน STEM ทางเทคนิค ในรูปแบบโรงเรียนในโรงงาน การบูรณาการพัฒนากำลังคน วทน. ระดับสูงและในสาขาที่ขาดแคลน โดยเฉพาะคนในสาขาระบบรางและนักปรับปรุงพันธุ์พืช เพื่อสร้างผลิตผลการเกษตรมูลค่าสูง

 

นอกจากนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ยังคงสานต่องานที่ทำอยู่เดิมและทำหน้าที่เป็นข้อต่อให้กับทุกกระทรวงรวมถึงด้านสังคม แต่จะยกระดับการบูรณาการกับกระทรวงทางสายเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น โดยใช้ วทน.เป็นตัวแปรสำคัญในการวางรากฐานสำหรับอนาคตเพื่อให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เชื่อมโยงการลงทุนของบริษัทใหญ่กับเอสเอ็มอี ท้องถิ่นเพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค

You may also like...