สระบุรีสืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในโลก
ชวน “ตักบาตรดอกเข้าพรรษา” ปี61

 

 

จังหวัดสระบุรีร่วมกับเทศบาลเมืองพระพุทธบาท เตรียมจัดงานประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวสระบุรี “ตักบาตรดอกเข้าพรรษา” ประจำปี 2561 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และเผยแพร่อีกหนึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของประเทศไทยให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมย้อนตำนานสระบุรี สืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในโลก ระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2561 นี้

 

นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่า การจัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทาน จังหวัดสระบุรีนั้น เป็นงานที่จัดขึ้นระหว่างจังหวัดสระบุรี ร่วมกับเทศบาลเมืองพระพุทธบาท วัดพระพุทธราชวรมหาวิหาร และภาคเอกชน เพื่อเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น จนมาเป็นประเพณีของจังหวัด และปัจจุบันเป็นประเพณีระดับประเทศ และได้ชื่อว่าเป็น “ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก” และเป็นประเพณีสำคัญที่อยู่คู่กับวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารมาช้านาน พี่น้องประชาชนชาวพระพุทธบาท และพื้นที่ใกล้เคียง จะถือเอาวันเข้าพรรษาของทุกปีเป็นวันตักบาตรดอกเข้าพรรษา

ในปี พ.ศ. 2561 นี้ จังหวัดสระบุรีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนทุกแขนง รวมทั้งประชาชนชาวจังหวัดสระบุรีได้ร่วมกันจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี วันที่ 26-28 กรกฎาคม 2561 ณ บริเวณถนนสายคู่ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมย้อนตำนานสระบุรี สืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในโลก”

สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงานในปีนี้ ประการแรก  เพื่อเป็นกิจกรรมเทิดพระเกียรติ ถวายแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนม์พรรษา 66 พรรษา  28 กรกฎาคม 2561 ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันเข้าพรรษาพอดี   2.เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี  ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ ท้องถิ่นและจังหวัดสระบุรี  ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นจากการนำเสนอผลผลิตทางการเกษตร การเกษตรปลอดภัย สินค้าOTOP ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและแผนยุทธศาสตร์ รวมทั้งนโยบายของจังหวัด ที่ได้ผลักดันและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัด โดยทางจังหวัดได้เก็บข้อมูลสำรวจความพึงพอใจ เพื่อปรับปรุงแก้ไขสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เช่น เรื่องจุดบริการนักท่องเที่ยวและดูแลความปลอดภัย เตรียมตัวต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่จะเดินทางมาชมงานครั้งนี้

” ในปีนี้คาดว่า จะมีผู้มาท่องเที่ยวร่วมทำบุญมากกว่าเดิมเนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดต่อเนื่องยาว 4 วัน โดยจะเพิ่มขึ้นราว 20-30% จากจำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 คนในระยะเวลาการจัดงาน 3 วันของปี 2560 ที่ผ่านมา หรือเฉลี่ยประมาณวันละ 30,000 คนต่อวัน

ด้านนายภคภูมิ บุตรโพธิ์ ท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า หลังจากปี 2560 ประสบความสำเร็จด้วยดี ในปีนี้จะทำให้ดี เด่น ดัง ให้คนมาเที่ยวแล้วอยากมาอีก มีการบอกปากต่อปาก โดยมีการทุ่มงบประมาณเพื่อจัดงานจำนวนมาก ซึ่งจะต้องทำให้เกิดความคุ้มค่า การจัดงานมีการบูรณาการทุกภาคส่วน

นายชัชวาลย์ แสงประพาฬ ปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองพระพุทธบาท กล่าวว่า   หลังจากจังหวัดมีคำสั่งออกมาแล้ว ทางทีมเทศบาลได้ประชุมเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องในปีที่แล้ว โดยการอำนวยความสะดวกในปีนี้ เพิ่มจุดท่องเที่ยวขึ้น  2 จุดคือ บริเวณวงเวียนธรรมจักรและด้านในบริเวณลานโพธิ์  ทำผังจัดงานเพิ่ม 10 จุด และอำนวยความสะดวกด้านสถานที่จอดรถรองรับได้ 2,000 คันต่อวัน ใน 9 จุด   นอกจากนี้ได้ทำป้ายโดยประสานกับทางตำรวจเพื่อดูแลการจราจร  ประสานสาธารณสุขจังหวัดดูแลด้านจุดสุขภาพ ประสานสำนักสาธารณสุขดูแลด้านความสะอาด ดูแลความปลอดภัยอาหาร ตลอดจนจัดการถุงดำและบริการสุขาจากเทศบาล สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาแล้วต้องการพักค้างคืน ก็มีสถานที่พักเพียงพอ

ส่วนการเดินทางมาสะดวกมาได้หลายทางทั้งรถส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะ นอกจากนี้ยังดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ดูแลป้องกันมิจฉาชีพ เพิ่มความสบายใจแก่ผู้มาทำบุญ

ด้านนายชนัตถ์ นันทปัญญา ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดงานฯ หนึ่งในคณะกรรมการการจัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาฯ กล่าวว่า  ปีนี้มีจุดพิเศษ 2 จุดที่ทุก ๆ ปีไม่มีและมีการปรับปรุงเพื่อรองรับการท่องเที่ยว 1.  คือ ได้บูรณะพิพิธภัณฑ์ของวัดและได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทจำลองเพิ่มอีก 1 รอย ซึ่งเวลานี้ได้มาตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์วัดพระพุทธบาทแล้ว  จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นและสักการะกัน  2.เขาสุวรรณบรรพตที่อยู่หลังมณฑป  มีศาลามีพระพุทธรูปให้สักการะและหากขึ้นไปบนยอดเขา จะเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นจังหวัดสระบุรีโดยรอบได้

สำหรับอีกจุดหนึ่งได้แก่  ศาลพระเจ้าทรงธรรม ที่สามารถเดินทะลุกำแพงของวัดพระพุทธบาทไปได้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เคยเสด็จเป็นประธานเปิด ที่ผ่านมาไม่ได้เปิดให้เข้าสักการะเนื่องจากทรุดโทรมยังไม่ได้มีการบูรณะ  ขณะเดียวกัน สระบุรียังมีอาหารอร่อย ซึ่งจะมีมาให้ลิ้มลองกันด้วย โดยการร่วมมือของชมรมท่องเที่ยวสระบุรี ททท.  ท่องเที่ยวและกีฬาสระบุรี

ส่วนที่เป็นไฮไลท์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของงานในปีนี้คือ ในปีนี้ยังนำพระดอกเข้าพรรษาที่เคยทำใน 4ปีที่ผ่านมาและปลุกเศกโดยเกจิอาจารย์มาแจกด้วยจำนวน 25,000 องค์ หมดแล้วหมดเลย

สำหรับในวันแรกของการจัดงานจะเป็นพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในอาณาบริเวณพระพุทธบาท การแสดงศิลปะพื้นบ้าน วัฒนธรรม และขบวนต่างๆ จะเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองพระพุทธบาท ไปตามถนนพหลโยธิน และเลี้ยวเข้าบริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร โดยดอกไม้ที่ใช้ตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์นั้นจะต้องเป็น “ดอกเข้าพรรษา” เท่านั้น ซึ่งในปีนี้จะมีพิธีเปิดงานในวันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2561

ขบวนรถบุปผชาติที่มีความสวยงาม เป็นที่สนใจของทั้งชาวสระบุรีและนักท่องเที่ยวที่มาชมนั้น  ในปีนี้ประกอบด้วย ขบวนที่ 1 ขบวนพยุหยาตราและขบวนเจ้าเมืองสระบุรี ขบวนที่ 2 ขบวนเทียนพรรษาพระราชทาน ขบวนเทียนพรรษาสระบุรี ขบวนที่ 3 ขบวนรถบุปผชาติ ขบวนที่ 4 ขบวนศาสนาและวัฒนธรรม

ทั้งนี้ในอดีตเมื่อถึงวันเข้าพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ชาวอำเภอพระพุทธบาทและบุคคลทั่วไปจะพากันไปเก็บดอกเข้าพรรษาตามไหล่เขาโพธิลังกาหรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวง และเขาพุในเขตอำเภอพระพุทธบาท นำมาจัดรวมกับธูปเทียนเพื่อตักบาตรถวายพระ

ซึ่งในปัจจุบันทางจังหวัดสระบุรีได้ร่วมอนุรักษ์โดยการจัดพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทาน ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง และเป็นสถานที่ประดิษฐาน “รอยพระพุทธบาท” อันศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชา

ซึ่งมีความเชื่อในคติชาวลังกาว่า พระพุทธเจ้าได้ประทับรอยพระพุทธบาทไว้ 5 แห่ง และรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทฯ แห่งนี้ เป็น 1 ใน 5 แห่ง ต่อมารอยพระพุทธบาทนี้ถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม เมื่อพระสงฆ์ได้รับบิณฑบาตแล้วก็จะนำไปสักการะรอยพระพุทธบาท อันจะส่งผลบุญให้ผู้ทำบุญตักบาตรได้ขึ้นสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์

สำหรับ ดอกเข้าพรรษา หรือ ดอกหงส์เหิน เป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูลขิง เป็นไม้ดอกเมืองร้อน และเป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นเป็นหัวประเภทเหง้าแบบมีรากสะสมอาหาร คล้ายกระชาย กาบใบเรียงตัวกันแน่น สูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอก ออกเรียงสลับซ้ายขวาเป็นสองแถว ส่วนดอกมีลักษณะอ่อนช้อยสวยงามยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร มีสีเหลืองสดใสคล้ายรูปหงส์กำลังเหินบิน และสีของกลีบประดับมีหลายสี เช่น สีเหลือง สีขาว และสีม่วง ซึ่งหนึ่งปีจะออกดอกเพียงครั้งเดียว เฉพาะช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาเท่านั้น

 

You may also like...