BEDO ขานรับนโยบาย รมว.ทส. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อน “Triple Planetary Crisis”
BEDO ขานรับนโยบาย รมว.ทส. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อน “Triple Planetary Crisis” เปลี่ยนวิกฤตสิ่งแวดล้อมสู่โอกาส สร้างอนาคตยั่งยืน

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ภายใต้การนำของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเรื่อง “Triple Planetary Crisis: เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างแนวทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน” โดยมี ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมงาน ณ ห้องพระศิวะ ชั้น 3 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ หรือ BEDO เปิดเผยว่าการจัดงานสัมมนาเรื่อง “Triple Planetary Crisis: เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างแนวทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ “วิกฤตสิ่งแวดล้อมของโลก” หรือ Triple Planetary Crisis ซึ่งประกอบด้วย 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยภายในงานมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และกำหนดแนวทางการดำเนินงานแบบบูรณาการ ทั้งในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และเชื่อมโยงทุกภาคส่วนสู่การพัฒนา
“วิกฤตโลกด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมลภาวะสิ่งแวดล้อม กำลังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจต้องปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับข้อจำกัดของทรัพยากรธรรมชาติ BEDO พร้อมทำหน้าที่ตามแนวนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ในการเชื่อมโยงทรัพยากรชีวภาพ ชุมชน และภาคธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ฐานทรัพยากรของประเทศ พร้อมผลักดันแนวคิด Nature Positive เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจดำเนินงานอย่างเป็นมิตรต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่เศรษฐกิจและสังคม รวมถึงต่อยอดความร่วมมือสู่การปฏิบัติจริง เพื่อเปลี่ยนความท้าทายไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ปัจจุบัน BEDO มุ่งเน้นการขับเคลื่อนแนวคิด “Nature Positive Economy” ผ่านการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ ภายใต้โปรแกรม Biodiversity and Business Sustainability เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถดำเนินธุรกิจควบคู่กับการเพิ่มพูนทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นเข้าถึงแหล่งทุนและมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากร ผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น Community Biobank และป่าครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับกรอบความหลากหลายทางชีวภาพโลกคุนหมิง–มอนทรีออล ภายใต้การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 15 ที่ได้กำหนดเป้าหมาย “Nature Positive” เพื่อหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพภายในปี 2573 และยังเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาทที่ประเทศไทยได้ประกาศเจตนารมณ์การกำหนดเป้าหมาย Net Zero ของประเทศในปี 2050 เร็วขึ้น 15 ปี จากกำหนดการเดิม ผ่านการเสนอแผน Nationally Determined Contribution (NDC) ฉบับใหม่ อย่างเป็นทางการในการประชุม COP30 ที่ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมาอีกด้วย โดยปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net Zero ควบคู่แนวทาง Nature Positive มีการผลักดันกลไกสำคัญ อาทิ ตลาดคาร์บอน เครื่องมือเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม และการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันและลดความเสี่ยงภาคธุรกิจในระยะยาว พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “Our nature, Our future, and Our shared responsibility – Let’s make it happen together” เพื่อเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส และนำพาประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ผอ. BEDO กล่าวย้ำ
ทั้งนี้ ภายในงานมีการบรรยายและเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายภาคส่วน ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ แนวทางรับมือและปรับตัวต่อ 3 วิกฤตโลก บทบาทของผู้กำหนดนโยบายในการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศ ตลอดจนมุมมองของภาคธุรกิจต่อผลกระทบและแนวทางการปรับตัวเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน

