“กัญญภัค” ชูตลาดเครื่องสำอางฮาลาล 1.24 แสนล้านดอลลาร์ เปิดโอกาสแบรนด์ไทยเจาะตลาดโลก
“กัญญภัค” ชูตลาดเครื่องสำอางฮาลาล 1.24 แสนล้านดอลลาร์ เปิดโอกาสแบรนด์ไทยเจาะตลาดโลก เชื่อมรัฐ–เอกชนหนุนผู้ประกอบการ แนะยกระดับมาตรฐานการผลิต นวัตกรรม และการรับรองฮาลาล พร้อมใช้เครือข่ายการค้าระหว่างประเทศเปิดตลาดตะวันออกกลางและตลาดสากล

กรุงเทพฯ – คุณกัญญภัค ปรัชญากุลวรา นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเอเชียตะวันออกกลางและตลาดโลก (TBMA) และคณะทำงานรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมร่วมเป็นวิทยากรในงาน COSMEX 2026 หัวข้อ “ปลดล็อกโอกาสธุรกิจความงามในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางฮาลาลไทย” เพื่อสะท้อนโอกาสทางการค้าของอุตสาหกรรมความงามไทย ท่ามกลางการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์ฮาลาลทั่วโลก พร้อมเสนอแนวทางยกระดับผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันและขยายตลาดต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
ตลาดเครื่องสำอางฮาลาลกำลังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโตสูง โดยรายงาน State of the Global Islamic Economy 2025/26 ประเมินว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคมุสลิมในกลุ่มเครื่องสำอางฮาลาลทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 92,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 124,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2572 สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อและโอกาสทางธุรกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ตลาดฮาลาลไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะอาหารหรือผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคมุสลิมเท่านั้น แต่ยังขยายครอบคลุมเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ความปลอดภัย กระบวนการผลิต และความโปร่งใสของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในตลาดสากลได้

สำหรับประเทศไทยมีพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงาม รวมถึงศักยภาพด้านการรับจ้างผลิตและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ที่สามารถต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศได้ อย่างไรก็ตาม การขยายตลาดยังต้องให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ของตนเอง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แตกต่าง และการยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของประเทศปลายทาง
โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งมีทั้งตลาดผู้บริโภคกำลังซื้อสูงและโอกาสในการสร้างเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค กฎระเบียบการนำเข้า ระบบการรับรองฮาลาล ตลอดจนช่องทางการจัดจำหน่ายและพันธมิตรทางธุรกิจในแต่ละประเทศ ไม่ใช่อาศัยเพียงคุณภาพสินค้าและราคาที่แข่งขันได้เท่านั้น
อีกหนึ่งพัฒนาการสำคัญคือการยกระดับระบบรับรองฮาลาลของไทย โดยคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) ได้รับการรับรองจาก GCC Accreditation Center (GAC) ให้เป็นหน่วยงานรับรองฮาลาลที่สอดคล้องกับมาตรฐาน GSO ของกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) เมื่อเดือนมกราคม 2569 ซึ่งเป็นพัฒนาการที่ช่วยเพิ่มโอกาสและอำนวยความสะดวกให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับได้มากขึ้น
ในมุมมองของคุณกัญญภัค การผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลกจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ การเชื่อมโยงเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศ การสร้างโอกาสพบคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงการสนับสนุนด้านข้อมูล กฎระเบียบ และมาตรฐานการส่งออก เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเปลี่ยนโอกาสของตลาดให้เป็นคำสั่งซื้อและรายได้ที่เกิดขึ้นจริง

ขณะเดียวกัน การทำงานในสองบทบาท ทั้งนายกสมาคม TBMA และคณะทำงานรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเป็นช่องทางในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐ รับฟังปัญหาและข้อจำกัดของผู้ประกอบการ ตลอดจนสะท้อนความต้องการของภาคเอกชนไปสู่การกำหนดแนวทางสนับสนุนและนโยบายที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ คุณกัญญภัคจะร่วมถ่ายทอดมุมมองและแนวทางดังกล่าวภายในงาน COSMEX 2026 พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับทิศทางตลาดเครื่องสำอางฮาลาล โอกาสของสินค้าไทยในตลาดตะวันออกกลาง และแนวทางเชื่อมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

