สรพ.เผยยุคใหม่ 3P Safety บูรณาการ AI กับความปลอดภัย 3 เสา “ผู้ป่วย บุคลากร ชุมชน”
ผู้อำนวยการ สรพ. เผยหัวใจหลักสร้างความปลอดภัย 3P Safety ต้องบูรณาการทั้ง “ผู้ป่วย-บุคลากร-ชุมชน” ร่วมกัน ไม่สามารถแยกส่วนได้ ย้ำความสำคัญการออกแบบระบบต้องยั่งยืน ถ้าทำไม่ได้ ระบบไม่ปลอดภัย บุคลากรหมดไฟ ผู้ป่วยไม่ไว้วางใจ ระบบไม่มีทางยั่งยืน
เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2569 ที่อาคารอิมแพ็คฟอรั่มเมืองทองธานี ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี HA National Forum ครั้งที่ 26 ระหว่างวันที่ 10-13 มี.ค. 2569 พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลศ ผู้อำนวยสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ. กล่าวตอนหนึ่งในการบรรยาย เรื่อง การดูแล 3 P Safety อย่างใส่ใจ สร้างมิติใหม่ในมาตรฐาน HA ว่า เรื่อง Practical 3P Safety for Sustainability คือ แนวทางด้านความปลอดภัยของระบบสุขภาพแบบบูรณาการที่มองทั้งระบบ เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ป่วย (Patient) บุคลากรทางการแพทย์ (Personnel) และชุมชน (People) ได้รับการคุ้มครอง ผ่านการปฏิบัติงานในชีวิตประจำวัน การตัดสินใจของผู้นำ และการออกแบบระบบต้องทำภาพรวม ผู้ป่วยจะปลอดภัย บุคลากรก็ต้องปลอดภัย ไม่ใช่แยกส่วนกัน

การออกแบบระบบ เพื่อให้เกิด 3P Safety ต้องมีแนวทางเรื่องความปลอดภัยให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการกำกับดูแล (governance) ผู้บริหารต้องลงมากำกับดูแล ไม่ใช่แค่เช็ค แต่ต้องดูแลสนับสนุนช่วยเหลือ ซึ่งต้องบูรณาการอยู่ในกระบวนการดูแลรักษา (care processes) นำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีของบุคลากร (workforce wellbeing) และสังคมให้ความเชื่อถือ มีความมั่นใจกับการบริการ (community trust) ทั้งหมดเพื่อให้ทั้งผู้ป่วย บุคลากร และสังคมหรือชุมชนได้รับความปลอดภัยแบบบูรณาการจริงๆ
“เราไม่มีทางทำให้ระบบบริการสุขภาพของเรายั่งยืน หากระบบนั้นไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย บุคลากร และสังคม” พญ.ปิยวรรณ กล่าว
กล่าวโดยสรุปถึงแนวคิด 3P Safety คือ การเน้นนำความปลอดภัยไปใช้จริงในงานของโรงพยาบาล โดยบูรณาการอยู่ในกระบวนการทำงาน การตัดสินใจ และการใช้ทรัพยากร เพื่อมุ่งป้องกันปัญหา เรียนรู้จากการทำงาน และพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการออกแบบ ดำเนินการ วัดผล เรียนรู้ และปรับปรุง เพื่อให้เกิดคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย

พญ.ปิยวรรณ ย้ำถึงเรื่อง 3 P Safety ซึ่งอยู่ในมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ( HA : Hospital and Healthcare Standards) ว่า หัวใจสำคัญ คือ ต้องผสานความปลอดภัยทั้งหมดร่วมกัน คือ ผู้ป่วย บุคลากร และความปลอดภัยของประชาชน ต้องผสานเข้าด้วยกันทั้งหมดในกรอบการรับรองมาตรฐานเดียว เพื่อให้เกิดการดูแลสุขภาพที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และยั่งยืนสำหรับทุกคน ดังนั้น หากผู้ป่วยไม่ปลอดภัย บุคลากรก็ไม่ปลอดภัยด้วย และหากบุคลากรไม่ปลอดภัย ย่อมมีโอกาสทำให้ประชาชนไม่ปลอดภัยเช่นกัน หากส่วนใดส่วนหนึ่งไม่สมดุล ความยั่งยืนย่อมไม่เกิดขึ้น
“การออกแบบระบบริการ หากมุ่งเน้นทำให้ผู้ป่วยปลอดภัย จัดทุกอย่างเต็มสตรีมเพื่อคนไข้ แต่บุคลากรกลับมีภาระงานมากล้น มีภาวะหมดไฟ เปลี่ยนกะหลายอย่างจนแทบทำงานไม่ไหว นี่คือไม่บาลานซ์ ไม่เซฟตี้ และไม่ยั่งยืน และหากบอกว่า เห็นแก่ประชาชนเป็นหลัก ประชาชนมาก่อน ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่ปรากฎว่าไม่บาลานซ์กับกำลังคนด้านสุขภาพก็เป็นปัญหาเช่นกัน เพราะระบบบริการสุขภาพเกี่ยวโยงกันหมด ดังนั้น หากทำเรื่อง 3 P Safety เป็นโปรเจค อย่าง 1 ปีจบ แบบนี้ไม่ยั่งยืน” ผู้อำนวยการสรพ.กล่าว
พญ.ปิยวรรณ กล่าวถึงการออกแบบระบบให้ยั่งยืน ว่า ต้องออกแบบกระบวนการให้ชัดเจน มีการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย มีระบบที่สนับสนุนการคงอยู่ของบุคลากร เน้นการมีส่วนร่วมในการทำงาน ลดอันตราย ความสูญเสีย ลดความผิดพลาดให้มากที่สุด รวมถึงการคงอยู่ของบุคลากรคนทำงาน ต้องอยากอยู่ในระบบด้วยไม่ใช่ไม่อยากอยู่ ที่สำคัญระบบทั้งหมดต้องเป็นระบบจริงๆ มีการพัฒนาต่อเนื่อง หากทำได้ย่อมส่งผลให้ 3 P Safety เกิดขึ้นจริงอย่างยั่งยืน แต่ถ้าทำไม่ได้ ถ้าระบบไม่ปลอดภัย บุคลากรหมดไฟ ผู้ป่วยไม่ไว้วางใจ ระบบไม่ยั่งยืนแน่นอน
ในเรื่องของความปลอดภัยของบุคลากร ประเด็นภาระงานล้นนั้น พญ.ปิยวรรณ ยกตัวอย่างว่า ต้องออกแบบระบบเพื่อรองรับให้เกิด 3 P Safety โดยผู้บริหารสถานพยาบาล ต้องบริหารจัดการกำลังคนอย่างมีคุณภาพ ไม่ได้หมายถึง ต้องจัดหาอัตรากำลังให้เพียงพอ แต่หมายถึงจะบริหารจัดการอย่างไร ภายใต้อัตรากำลังที่มีอย่างพอเพียง เพราะอัตรากำลังมีหลากหลาย ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย ไม่ใช่หน่วยงานหรือแผนกใดแผนกหนึ่งเท่านั้น ต้องให้บุคลากรมีส่วนร่วม สร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมมากขึ้น
“ต้องรู้ว่า ระบบมีจุดเสี่ยงอะไรบ้าง เพื่อมาออกแบบระบบร่วมกัน ลดความเสี่ยงนั้นๆ ยกตัวอย่าง ความปลอดภัยของคนไข้ ส่วนหนึ่งมาจากข้อคิดเห็น การคอมเพลนต่างๆ ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนการบริการ สามารถนำสิ่งเหล่านี้มาออกแบบระบบร่วมกันเพื่อลดความเสี่ยงได้ เรียกว่า เป็นการออกแบบจากประสบการณ์ผู้ป่วย ดูความเสี่ยงตลอดสาย การออกแบบที่มีผู้ป่วยและครอบครัวมาเป็นส่วนร่วม ซึ่งสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยการทำงานได้เช่นกันเช่น การจัดคิวลดการรอคอย” ผู้อำนวยการ สรพ.กล่าว

นอกจากนี้ พญ.ปิยวรรณ ยังกล่าวถึงการปรับตัวเข้ายุคใหม่ของ 3 P Safety ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทอย่างมาก การปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ของ 3 P Safety จึงต้องบูรณาการทั้ง AI และแนวทางการทำงานแบบเป็นระบบ เน้นวัฒนธรรมความปลอดภัย การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยและครอบครัว และการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์
“การนำ AI มาใช้ก็ต้องออกแบบให้ชัดเจนว่า จะให้ใครทำอะไร อย่างไร ไม่ใช่โยนงานให้ แต่ไม่ติดตาม ที่สำคัญการนำดิจิทัลมาใช้ต้องให้เหมาะสมกับแต่ละบริบท เช่น ดิจิทัลสำหรับบุคลากร ต้องลดภาระงานได้ ไม่ใช่เพิ่มงานให้บางคนจากการนำนวัตกรรมมาใช้” พญ.ปิยวรรณกล่าว
สรุปคือ ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีใดๆก็ตามมาช่วยเรื่องการให้บริการ จำเป็นต้องมีระบบที่ดีผ่านการออกแบบทุกกระบวนการ มีการกำหนดตัววัดผลให้ชัดเจน ติดตามอย่างสม่ำเสมอ หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ต้องพร้อมหาแนวทางปรับปรุงแก้ไข และป้องกันการเกิดความผิดพลาดให้มากที่สุด
พญ.ปิยวรรณ ย้ำทิ้งท้ายว่า การทำคุณภาพ ไม่ใช่เพื่อการรับรอง แต่การทำคุณภาพเพื่อให้ระบบบริการมีคุณภาพ เพราะเป็นสิ่งที่ส่งต่อให้กับผู้รับบริการ ดังนั้น จึงเป็นความจำเป็นในการทำ 3P Safety เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ทั้งผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และชุมชน ทั้งหมดไม่สามารถแยกส่วนกัน

