วช. หนุน “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปุ๋ยเพื่อเกษตรกรไทย ทางรอดด้วยวิจัยและนวัตกรรม”
3 เมษายน 2569 -สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานแถลงข่าว “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปุ๋ยเพื่อเกษตรกรไทย ทางรอดด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วยนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานเครือข่ายเข้าร่วมนำเสนอนวัตกรรม ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านปุ๋ยและการปรับปรุงดิน เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้เกษตรกรไทยสามารถลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตร ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม วช.

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ภาคการเกษตรของประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “วิกฤตราคาปุ๋ย” จากปัจจัยด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับข้อจำกัดด้านการนำเข้าน้ำมันและวัตถุดิบจากสถานการณ์โลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ราคาปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้น และกระทบโดยตรงต่อพี่น้องเกษตรกร ทั้งในด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นและรายได้ที่ลดลง จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เราต้องใช้นวัตกรรมเพื่อลดต้นทุนการเกษตรของไทย วช.ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการนำ “งานวิจัยและนวัตกรรม” มาเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยในวันนี้ ได้มีการจัดเวทีเสวนา 2 หัวข้อสำคัญ ได้แก่


– “ทางออกเกษตรกรไทย การทดแทนปุ๋ยเคมีด้วยนวัตกรรมจากวัสดุเหลือใช้” ที่มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัสดุทางการเกษตร และเปลี่ยนของเหลือทิ้งให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า
– “ทางเลือกใหม่เกษตรกรไทย การลดใช้ปุ๋ยเคมีด้วยนวัตกรรมชีวภาพ” ที่เน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพและชีวภัณฑ์จากงานวิจัย เพื่อฟื้นฟูดิน ลดต้นทุน และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดย วช. มุ่งมั่นที่จะเป็น “กลไกสำคัญ” ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคเกษตร สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ และผลักดันให้เกิดการขยายผลในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน

โดยแบ่งการเสวนาออกเป็น 2 เรื่อง ได้แก่ หัวข้อเรื่องที่ 1) การเสวนาเรื่อง “ทางออกเกษตรกรไทย: การทดแทนปุ๋ยเคมีด้วยนวัตกรรมจากวัสดุเหลือใช้”นำเสนอแนวทางใช้วัสดุเหลือทิ้งและวัสดุชีวภาพมาเพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตร ผ่านนวัตกรรมต่าง ๆ ได้แก่
-นวัตกรรม “ผลิตปุ๋ยอัดเม็ดจากวัสดุเหลือทิ้งและวัสดุชีวภาพ” โดย รศ.ดร.จักรมาส เลาหวณิช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
-นวัตกรรม “การผลิตปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุบำรุงดินจากวัสดุเศษเหลือทางการเกษตร” โดย ผศ.เอกชัย ดวงใจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
-นวัตกรรม “ชุดอุปกรณ์ผลิตปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุบำรุงดิน” โดย ผศ.ลือพงษ์ ลือนาม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
-นวัตกรรม “วัสดุปรับปรุงดินจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดย ดร.อนันต์ พิริยะภัทรกิจ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
-นวัตกรรม “เครื่องผลิตปุ๋ยหมัก มก.-วช.” โดย ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


หัวข้อเรื่องที่ 2) หัวข้อเรื่องการเสวนาเรื่อง “ทางเลือกใหม่เกษตรกรไทย: การลดใช้ปุ๋ยเคมีด้วยนวัตกรรมชีวภาพ”มุ่งเน้นการใช้จุลินทรีย์และสารชีวภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านนวัตกรรม ได้แก่
-นวัตกรรม “จุลินทรีย์ย่อยตอซังข้าว และปุ๋ยหมักฟางข้าวผสมไบโอชาร์” โดย รศ.ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
-นวัตกรรม “ชีวภัณฑ์ควบคุมโรคข้าวและส่งเสริมการเจริญของข้าว” โดย รศ.ดร.จินตนา อันอาตม์งาม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
-นวัตกรรม “Bio-Protex Plus: สารอินทรีย์กำจัดแมลงเพื่อผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง” โดย ดร.ดวงทิพย์ กันฐา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
-นวัตกรรม “เคลียร์ตอ” ชีวภัณฑ์ย่อยสลายตอซังฟางข้าว และปรับปรุงบำรุงดิน โดย ดร.วรรณพร เทพบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
-นวัตกรรม “เกษตรสร้างสรรค์ สารสกัดอะมิโนจากพืช” โดย นายพิเชษฐ์ พรมโสภา เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนศรีสะเกษเกื้อกูลเกษตรกรไทย

ทั้งนี้ วช. มุ่งมั่นในการใช้วิจัยนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญ เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เพิ่มประสิทธิภาพของเกษตรกรรมไทย ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างความยั่งยืน อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและรายได้ของเกษตรกรด้วยวิจัยนวัตกรรม

