รวอ.วราวุธ มอบนโยบาย SME D Bank กลไกหลักพาเอสเอ็มอีไทยฝ่าวิกฤต
รวอ.วราวุธ สั่งการ SME D Bank ทำหน้าที่กลไกหลักช่วยเอสเอ็มอีไทยฝ่าวิกฤตในทุกสถานการณ์ ผ่านการเชื่อมโยงหน่วยงานภายใต้กำกับกระทรวงอุตสาหกรรม ตามนโยบาย ONE MIND ดันเข้าถึงแหล่งทุนและการพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น เทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อพาเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียวอย่างราบรื่น เพิ่มศักยภาพการแข่งขันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามหลัก ESG สร้างการเติบโตยั่งยืนในทุกมิติ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้กำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเน้นย้ำให้ SME D Bank สานต่อบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในทุกสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึง ต้องทำหน้าที่สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียวได้อย่างราบรื่น ด้วยการนำนโยบายรัฐบาล และกระทรวงอุตสาหกรรม คือ “ONE MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ที่ประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ เสาที่ 1. รับฟังเสียงประชาชน-ผู้ประกอบการ เสาที่ 2. วางเครื่องยนต์สร้างเศรษฐกิจใหม่ เสาที่ 3. ราชการทันใจ และ เสาที่ 4. ความมุ่งมาดของรัฐมนตรี ไปขับเคลื่อนสู่ภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพาเข้าถึงบริการ “ด้านการเงิน” อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ควบคู่ช่วย “ด้านการพัฒนา” เพิ่มทักษะความรู้ที่สำคัญและจำเป็น เช่น เทคโนโลยี นวัตกรรม เป็นต้น
ทั้งนี้ การทำงานต้องบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายใต้กำกับกระทรวงอุตสาหกรรม และพันธมิตร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ช่วยเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ลดต้นทุน ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสียและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปรับเปลี่ยนใช้พลังงานสะอาด ตลอดจนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกได้เหมาะสม แข่งขันได้ในเวทีโลก และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว
“บทบาทการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในทุกสถานการณ์ของ SME D Bank โดยเชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานพันธมิตรตามนโยบาย ONE MIND จะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงบริการด้านการเงินและการพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง มีส่วนสำคัญช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีอยู่รอดอย่างเข้มแข็ง เมื่อภาคธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมไทยเข้มแข็ง จะรวมเป็นพลังสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน” นายวราวุธ กล่าว

ด้าน นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า ธนาคารพร้อมขานรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตร เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเติบโตได้ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ผ่านการยกระดับการทำงานในทุกมิติ ตั้งแต่การสื่อสารนโยบายอย่างชัดเจนในทุกระดับ ทั้งภายในและภายนอก ปรับปรุง ระเบียบ คำสั่ง ที่เป็นอุปสรรค ควบคู่กับผ่อนปรน คุณสมบัติผู้กู้ และหลักประกัน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุน มุ่งเน้นในอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญ เช่น อาหาร เกษตรแปรรรูป และ Wellness เป็นต้น อีกทั้ง นำหลัก ESG มาใช้ส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ มีระบบ Check and Balance บริหารความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ ธนาคารได้กำหนดแผนการทำงาน ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ “1.มิติเข้าถึงแหล่งทุน” สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กและรายกลางเข้าถึงแหล่งเงินทุน วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี ช่วยให้มีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในภาวะวิกฤต รวมถึง สามารถยกระดับปรับตัวเพิ่มผลิตภาพ หันมาใช้พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 30 ล้านบาท มุ่งสนับสนุนลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ ยานพาหนะ EV เป็นต้น “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 1 ล้านบาท สนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และ “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ
“2.มิติช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง” ผ่านแนวทาง 3 ลด ได้แก่ 1. ลดเงินต้น 2. ลดอัตราดอกเบี้ย และ 3. ลดค่างวด โดยธนาคารจะพิจารณาตามความสามารถของกิจการ ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลดภาระการเงิน สามารถประคับประคองกิจการ รักษาการจ้างงาน สร้างโอกาสพลิกฟื้นกิจการ เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง
และ “3.มิติยกระดับเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ” Upskill-Reskill สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ขยายตลาด เพิ่มรายได้ ลดภาระต้นทุนธุรกิจ ปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว (Green Business) ผ่านการจัดกิจกรรม Onsite ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ควบคู่ เสริมแกร่งผ่าน Online ด้วย DX Platform (dx.smebank.co.th) ใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชม.

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจเข้าถึงบริการของธนาคาร สามารถติดต่อได้ที่ SME D Bank ทุกสาขาทั้ง 96 แห่งทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

