สสส. เครือข่ายงดเหล้า ร่วมกับ สำนักอนามัย กทม. ถอดบทเรียนสงกรานต์ปลอดภัย สนุก มีคุณค่า
สสส. เครือข่ายงดเหล้า ร่วมกับ สำนักอนามัย กทม. ผนึกกำลังถอดบทเรียนสงกรานต์ปลอดภัย สนุก มีคุณค่า ชูมาตรการ 5 ป. และโมเดล 3เอส เสนอมาตรการเพิ่มความปลอดภัย เป็น Safety Destination ระดับโลก

กล่าวได้ว่าเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ที่ผ่านมา กรุงเทพคือเมืองท่องเที่ยวสงกรานต์ที่คึกคัก โดยเฉพาะ 3 โซนหลักถนนสีลม(เขตบางรัก) ย่านถนนข้าวสาร(เขตพระนคร) และ ย่านใจกลางเมืองสยามสแควร์ วันแบงค์ค๊อก สามย่านมิตรท่าวน์ (เขตปทุมวัน) ในช่วง 13-15 เมย. มีคนท่องเที่ยวใน 3 จุดนี้กว่า 2 ล้านคน แต่กรุงเทพฯ ยังคงมีสถิติผู้เสียชีวิตสะสมจากอุบัติเหตุทางถนนสูงที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะเหตุเกิดในเขตชั้นนอกของกรุงเทพ ช่วงเวลาตี 3 ถึง 6 โมงเช้า (ช่วงที่ไม่มีด่านตำรวจ) ประเภทรถมอเตอร์ไซต์และกลุ่มวัยรุ่น บนถนนสายตรง และถนนที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งจะต้องวางแผนลดปัญหาเฉพาะแต่ละเขต โดยเพิ่มด่านหวังดีให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยังพบเห็นการทำผิดกฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์ เรื่องโฆษณา การลดราคา การแจกแถมอุปกรณ์ที่มีโลโก้เบียร์ และ กฎหมายใบอนุญาตขายสุราของสรรพสมิต จากร้านค้าแผงลอย และการจัดดนตรีคอนเสิรต์ของภาคเอกชน เป็นต้น ซึ่งจะเป็นข้อเสนอต่อภาคเอกชนที่จะต้องดูแลคนดื่มด้วย

นายไพฑูรย์ งามมุข รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กล่าวว่าสงกรานต์ปีนี้ ถือว่าได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย มีผลตอบรับจากภาคเอกชนและประชาชน ในด้านความปลอดภัย ความสนุก และความมสุข โดย กทม. มีมาตรการสร้างความปลอดภัย “5 ป.” ได้แก่ ปลอดแป้ง ปลอดโป๊ ปลอดปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ปลอดแอลกอฮอล์ และปลอดอาวุธ ควบคู่กับแนวคิด “3S” ได้แก่ Safety, Spirit และ Soft Power เป็นกรอบแนวคิดให้เขตพื้นที่ต่างๆ นำไปออกแบบ โดยเฉพาะบทเรียนของถนนสีลม ที่มีการใช้ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System : ICS) ที่ช่วยให้การบริหารจัดการฝูงชนเป็นระบบและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพื้นที่อื่นๆ นอกจากนั้น กทม. จะได้หารือเพื่อออกแบบโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำในพื้นที่ใดต้องห้ามบ้าง เพราะในเขตอื่นๆ เช่น หนองจอก ดอนเมือง ลาดพร้าว ที่อาจจะมีประชาชนมีการรวมตัวกันในเขตพื้นที่สาธารณะบนถนน หรืออาจจะใกล้โรงพยาบาล ซึ่งส่งผลต่อการจราจรกรณีเหตุฉุกเฉิน จนอาจจะเกิดกระทบต่อผู้ป่วยที่ต้องไปโรงพยาบาลได้ โดยผลการถอดบทเรียนวันนี้ จะได้นำไปเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กรุงเทพมหานคร และฝ่ายบริหารต่อไป
ด้านนางพรพัน วัฒนสินธุ์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก กล่าวว่า พื้นที่สีลมถือเป็นหนึ่งในจุดเล่นน้ำสำคัญระดับโลก ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วม 3 วัน กว่า 650,000 คน ความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจ หน่วยงานสาธารณสุข กรมสรรพสามิต เครือข่ายโรงพยาบาล และภาคประชาชน โดยด้าน Safety มีการใช้เทคโนโลยี AI ตรวจจับใบหน้า ระบบ CCTV และการเปิดเลนฉุกเฉิน (Emergency Lane) ซึ่งมีกรณีที่มีคนเข้ามาร่วมงานจนแน่นพื้นที่จนต้องควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งได้รับความร่วมมือที่ดีมากจากนักท่องเที่ยว โดยจุดขายพาเหรด Pride ในวันที่ 15 เป็นหนึ่งใน Soft power ของสีลม ขณะที่พื้นที่จัดงานสงกรานต์ของ เขตปทุมวัน บริเวณสยามสแควร์ ที่เน้นการจัดงานพื้นที่สำหรับครอบครัว เด็กเล็ก และวัยรุ่น มีการทำโซนนิ่งชัดเจน และใช้สายรัดข้อมือ (ID Wristband) สำหรับเด็ก เพื่อป้องกันการพลัดหลง โดยผลตอบรับมีผู้เข้าร่วมล้านคนทั้ง 3 วัน ด้วยจุดขายหลักคือเป็นพื้นที่ของครอบครัว ส่วนเขตพระนคร บริเวณถนนข้าวสาร นางสาวญาดา พรเพชรรัมภา เลขาสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ได้สร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อยและประชาชนในพื้นที่ร่วมเฝ้าระวังเหตุอาชญากรรม การล้วงกระเป๋า รวมถึงจัดการปัญหาการโฆษณาแฝงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากขอบเขตพื้นที่จัดงานขยายออกไปไม่เฉพาะถนนข้าวสาร ดังนั้นในปีต่อไป จะต้องเร่งสร้างความร่วมมือแต่เนิ่นๆ นอกจากนั้น ภาคเอกชนห้างวันแบงค๊อก ได้เล่าเรื่องการจัดการแบ่งโซนพื้นที่ที่มีการดื่มแอลกอฮอล์ และโซนปลอดแอลกอฮอล์ ซึ่งได้ข้อคิดเพิ่มจุดวัดแอลกอฮอล์ก่อนออกจากงาน และมีจุดพักคอย จุดบริการเรียกรถแท็กซี่กลับบ้าน ซึ่งภายในงานมีสมาคมแท็กซี่สามล้อมาร่วมแลกเปลี่ยนเพื่อต่อยอดพื้นที่ที่มีขายดื่มแอลกอฮอล์จะลดคนเมาแล้วขับได้อย่างไร
ขณะที่ เขตจอมทองและเขตประเวศ ใช้กลไกภาคประชาชนจัดตั้งจุดเฝ้าระวังความปลอดภัยและจุดพักสำหรับผู้มีอาการมึนเมาหรืออ่อนล้า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความสูญเสียในชุมชน โดยเน้นจุดเข้าออกชุมชนขนาดใหญ่ ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีที่ในช่วงวันหยุดมีคนดูแล ซึ่งรวมไปถึงการเฝ้าระวังไฟไหม้ โจรขโมย ไปในตัว ทั้งนี้ ข้อค้นพบ คือ การทำงานของแกนนำอาจจะต้องมีเวรภาคดึกหลังเที่ยงคืนถึงเช้า เพราะเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูง และควรจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาร่วมในจุดเฝ้าระวังด่านหวังดีด้วย

นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า มาตรการลดการดื่มในพื้นที่เล่นน้ำ พื้นที่สาธารณะ ส่งผลต่อการลดความเสี่ยง สร้างความปลอดภัย และความมั่นใจชัดเจน สร้างเป็น Norm ของเมืองในการจัดงานที่มีคนจำนวนมาก ทางเครือข่ายงดเหล้า ส่งเสริมเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งระยะแรกทุกฝ่ายคิดว่าเป็นไปไม่ได้ และกังวลว่าจะทำให้การท่องเที่ยวลดลง แต่มาถึงวันนี้แสดงให้เห็นว่า Norm สังคมที่มาร่วมงานใหญ่ สามารถสนุกได้โดยไม่มีแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะภาคเอกชนตอบรับ เช่น จังหวัดภูเก็ตห้างลามไลท์ จัดงานดนตรีสงกรานต์ยิ่งใหญ่ก็ไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น รวมทั้ง พื้นที่ถนนขาวเหนียว ขอนแก่น พื้นที่รอบคูเมือง เชียงใหม่ ถนนข้าวหอมมะลิ ร้อยเอ็ด ถนนข้าวเม่า มหาสารคาม และอีกกว่า 60 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งปีนี้ ถือว่า กทม. เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าภูมิใจ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ประกอบขายเหล้าเบียร์ มีกิจกรรมดนตรีค่ายดัง หมอลำลูกทุ่ง และมีกิจกรรมส่งเสริมการขายลด แลก แจกแถมจำนวนมากมาย ทั้งนี้ ก็เพื่อส่งเสริมให้คนสนุกต้องดื่มเหล้าเบียร์ ซึ่งทางผู้ประกอบการเหล่านี้ควรจะรับผิดชอบสังคมโดยการทำตามกฎหมายน่าจะเป็นประโยชน์มากที่สุด นายธีระ กล่าว
หน่วยงานที่ร่วมถอดบทเรียน ได้แก่ สำนักอนามัย สำนักการจราจรและขนส่ง กทม. สนง.คณะกรรมการควบคุมแอลกอฮอล์ กองป้องกันการบาดเจ็บ สสส. เครือข่ายงดเหล้า กองบังคับการตำรวจจราจร สำนักงานเขตบางรัก ปทุมวัน พระนคร จอมทอง และประเวศ แผนงาน สอจร. ภาคเอกชน ได้แก่ สยามสแควร์ สมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ห้างวันแบงค์ค๊อก สมาคมแท็กซี่สามล้อ เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง มูลนิธิเด็ก เยาวชน ครอบครัว มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม.

