อภัยภูเบศรวิจัย “ตำรับกลีบบัวแดง” พบช่วยหลับลึก–หลับนาน ฟื้นฟูสมอง ลดเครียด
อภัยภูเบศรเผยผลวิจัย “ตำรับกลีบบัวแดง” งานวิจัยกว่า 15 ปี ยืนยันช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นและยืดระยะเวลาการนอนหลับ พร้อมพบกลไกลดความเครียด ลดการอักเสบในสมอง และส่งเสริมการเรียนรู้–ความจำ เตรียมศึกษาต่อยอดสู่การป้องกันโรคสมองเสื่อมในสังคมสูงวัย

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยผลการศึกษาวิจัย “ตำรับกลีบบัวแดง” นวัตกรรมสมุนไพรไทยที่พัฒนาต่อยอดจากภูมิปัญญาหมอยาพื้นบ้าน พบศักยภาพในการช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ยาวนานขึ้น และส่งผลดีต่อสุขภาพสมองผ่านกลไกทางชีววิทยาหลายด้าน สอดรับแนวคิดการดูแลสุขภาพเพื่อการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Longevity) ท่ามกลางหลักฐานทางการแพทย์ที่ชี้ชัดว่า ภาวะนอนไม่หลับและความเครียดเรื้อรังเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งความเสื่อมของสมองและเพิ่มความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระยะยาว

แพทย์หญิงวลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยว่า โรงพยาบาลฯ ได้นำองค์ความรู้จากภูมิปัญญาสมุนไพรไทยที่สืบทอดต่อเนื่องมากกว่า 70 ปี ของ “ตาส่วน สีมะพริก” หมอยาพื้นบ้าน มาพัฒนาเป็น “ตำรับกลีบบัวแดง” (Kleeb Bua Daeng : KBD) ซึ่งประกอบด้วยกลีบบัวหลวง บัวบก และพริกไทย ในสัดส่วนเท่ากัน โดยดำเนินการศึกษาวิจัยร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทั้งในระดับคลินิกและพรีคลินิก เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ใช้เวลาศึกษาต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ปี และยังคงดำเนินการวิจัยต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ผลการศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัครที่มีปัญหานอนไม่หลับจำนวน 50 ราย ซึ่งได้รับแคปซูลกลีบบัวแดงขนาด 400 มิลลิกรัม ครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าคุณภาพการนอนหลับดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่สัปดาห์แรก โดยคะแนนประเมินคุณภาพการนอนหลับ (PSQI) ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้เข้าร่วมวิจัยสามารถหลับได้เร็วขึ้น จากเดิมที่หลายคนต้องใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงก่อนจะหลับ หลังได้รับตำรับกลีบบัวแดงเป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า ร้อยละ 50 สามารถหลับได้ภายใน 16-30 นาที และอีกร้อยละ 34 สามารถหลับได้ภายในเวลาไม่ถึง 15 นาที
ขณะที่ผลลัพธ์ที่โดดเด่นที่สุด คือการช่วยยืดระยะเวลาการนอนหลับ จากเดิมที่ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่นอนหลับได้ไม่ถึง 5 ชั่วโมงต่อคืน หลังใช้ตำรับกลีบบัวแดง พบว่ากว่า 42% สามารถนอนหลับได้นานมากกว่า 7 ชั่วโมงต่อคืน และอีก 40% นอนหลับได้นาน 6-7 ชั่วโมงต่อคืน สะท้อนถึงคุณภาพการพักผ่อนที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

แพทย์หญิงวลีรัตน์ กล่าวว่า การนอนหลับที่มีคุณภาพไม่ใช่เพียงการทำให้รู้สึกสดชื่นในวันถัดไป แต่เป็นกลไกสำคัญในการดูแลสุขภาพสมองระยะยาว เพราะระหว่างการนอนหลับ สมองจะเข้าสู่กระบวนการกำจัดของเสีย ซ่อมแซมเซลล์ประสาท และจัดเก็บความทรงจำ หากนอนไม่เพียงพอเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะความจำเสื่อม โรคอารมณ์ผิดปกติ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิด
ผลการศึกษาระดับพรีคลินิกยังพบว่า ตำรับกลีบบัวแดงมีกลไกการออกฤทธิ์แบบหลายเป้าหมาย (Multi-target) โดยช่วยปรับสมดุลระบบตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย ลดการอักเสบในสมอง กระตุ้นการสร้างสารที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และความจำ รวมถึงช่วยปรับสมดุลสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และการนอนหลับ

“ความเครียดและการนอนไม่หลับเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกันเป็นวงจร เมื่อเครียดก็หลับยาก และเมื่อหลับไม่ดีก็ยิ่งเครียดมากขึ้น ตำรับกลีบบัวแดงจึงเป็นตัวอย่างของการนำภูมิปัญญาพื้นบ้านมาพัฒนาด้วยงานวิจัยสมัยใหม่ เพื่อช่วยจัดการปัญหาที่ต้นเหตุ ทั้งในระดับร่างกายและสมอง” แพทย์หญิงวลีรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ จากหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ได้จากการศึกษาทั้งในมนุษย์และห้องปฏิบัติการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรยังเดินหน้าต่อยอดการศึกษาทางคลินิก โดยอยู่ระหว่างการตรวจวัดสารบ่งชี้ทางชีวภาพในเลือดที่สะท้อนสุขภาพสมอง เพื่อประเมินว่าตำรับกลีบบัวแดงจะสามารถช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง หรือลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมในอนาคตได้หรือไม่ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการดูแลสุขภาพของประชากรสูงวัยในปัจจุบัน

ผู้สนใจสามารถร่วมเรียนรู้และสัมผัสนวัตกรรมสมุนไพรไทยจากอภัยภูเบศรได้ในงาน Thailand Healthcare 2026 : Longevity “อยู่ดี แฮปปี้นาน” ระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 ณ สามย่านมิตรทาวน์ และงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 Thailand Herbal Expo 2026 ระหว่างวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00-20.00 น. ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 11-12

