“จักรภพ” ร่วมชมคอนเสิร์ตหน้าพระที่นั่ง เปิดเทศกาลดนตรี-นาฏกรรมนานาชาติกรุงเทพฯ ปีที่ 28
“จักรภพ” ร่วมชมคอนเสิร์ตหน้าพระที่นั่ง เปิดเทศกาลดนตรีและนาฏกรรมนานาชาติกรุงเทพฯ ปีที่ 28 ชื่นชมเวทีศิลปะระดับโลก ชี้“สุนทรียภาพ” พลังสำคัญคานความรุนแรงในสังคม

นายจักรภพ เพ็ญแข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงโอกาสเข้าร่วมชมคอนเสิร์ตเปิดงานเทศกาลดนตรีและนาฏกรรมนานาชาติกรุงเทพฯ ครั้งที่ 28 เมื่อค่ำวันที่ 5 กันยายน 2569 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดง โดยเทศกาลในปีนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพระราชวโรกาสสี่รอบพระนักษัตรในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
นายจักรภพ ระบุว่า ตนและนายสุไพรพล เพ็ญแข คู่ชีวิต ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงาน จึงนับเป็นโอกาสอันเป็นมงคลที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททั้งสองพระองค์ พร้อมทั้งได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของเทศกาลศิลปะการแสดงที่จัดต่อเนื่องมายาวนานถึง 28 ปี สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความสำคัญของเวทีศิลปวัฒนธรรมแห่งนี้

สำหรับการแสดงหน้าพระที่นั่งใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง เป็นการผสมผสานดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตรากับศิลปะการขับร้องโอเปรา โดยรวบรวมนักร้องโอเปราระดับโลก นักดนตรีชั้นนำ รวมถึงนักไวโอลินและเชลโล ตลอดจนวาทยกรฝีมือระดับสูง มาร่วมสร้างสรรค์การแสดงที่ได้รับเสียงปรบมือและการตอบรับจากผู้ชมอย่างต่อเนื่องตลอดค่ำคืน
นายจักรภพ กล่าวว่า จุดเด่นประการหนึ่งของการแสดงคือการคัดเลือกบทเพลงที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้ชมได้เป็นอย่างดี ทั้งบทเพลงที่ปรากฏในภาพยนตร์ชื่อดัง อาทิ The Godfather, Schindler’s List และ Mission: Impossible – Rogue Nation รวมถึงบทเพลงจากโอเปราคลาสสิกระดับตำนานอย่าง Madame Butterfly และ Carmen ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความคุ้นเคยและความรื่นรมย์ โดยผู้ชมบางส่วนถึงกับลุกขึ้นยืนปรบมือ หรือ Standing Ovation เพื่อแสดงความชื่นชมและให้เกียรติแก่ศิลปิน
นายจักรภพ ยังกล่าวถึงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ตนได้กลับเข้าไปชมการแสดงภายในสถานที่แห่งนี้ หลังจากใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน โดยเห็นว่าทั้งหอประชุมขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ตลอดจนอาคารและภูมิทัศน์โดยรอบ ยังคงได้รับการดูแลรักษาไว้อย่างงดงาม
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงความต้องการพื้นที่ด้านศิลปวัฒนธรรมของสังคมไทยในปัจจุบัน เห็นว่าประเทศไทยควรมีพื้นที่รองรับกิจกรรมทางศิลปะและสุนทรียภาพเพิ่มขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงศิลปวัฒนธรรมได้อย่างกว้างขวาง โดยไม่จำเป็นต้องรวมศูนย์อยู่เพียงสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถมีบทบาทร่วมกันสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมให้กระจายออกไปมากขึ้น

นายจักรภพ ระบุว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการแสดงและเสด็จพระราชดำเนินกลับ ตนและนายสุไพรพลได้พูดคุยถึงความประทับใจและความรื่นรมย์ที่ได้รับจากค่ำคืนดังกล่าว พร้อมขอบคุณผู้จัดงานที่เปิดโอกาสให้ได้ร่วมสัมผัสการแสดงศิลปะระดับนานาชาติครั้งนี้ โดยมองว่าท่ามกลางสังคมที่กำลังเผชิญความรุนแรงในหลากหลายมิติ ศิลปะและสุนทรียภาพมีบทบาทสำคัญในการสร้างสมดุลทางจิตใจให้แก่ผู้คน
“ความรุนแรงในสังคมต้องถูกคานและถ่วงดุลด้วยความสุนทรีย์และความสวยงามของศิลปะแขนงต่าง ๆ ไม่อย่างนั้นจะไม่ทันการณ์” นายจักรภพ กล่าว

