กลยุทธ์เจ 9 วัน สู่มื้อปกติ! 365 วัน “ซีพีแรม” ดันเมนูเจกินได้ทุกวันตลอดปี
กลยุทธ์เจ 9 วัน สู่มื้อปกติ! 365 วัน “ซีพีแรม” ดันเมนูเจกินได้ทุกวันตลอดปี ตอบโจทย์ เจเพื่อสุขภาพ วีแกน และมังสวิรัติแบบยืดหยุ่น รับตลาดโต 4.9 หมื่นล้าน #วีจีฟอร์เลิฟ
ภูเก็ต 17 ตุลาคม 2569 – บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน ร่วมสืบสานประเพณีกว่า 200 ปี ถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งผลิตภัณฑ์เจกว่า 50 เมนู ครอบคลุมทั้งอาหารเจ อาหารวีแกน และอาหารมังสวิรัติ ในเทศกาลเจ ระหว่างวันที่ 10-18 ตุลาคม 2569 โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมนูที่ตอบทั้งรสชาติ ความอร่อย ความสะดวก ความคุ้มค่า และสุขภาพ หลังพฤติกรรมการกินเริ่มขยายจากความเชื่อและการงดเนื้อสัตว์ในช่วงเทศกาล ไปสู่การเลือกรับประทานบางมื้อตลอดปี รับตลาดโต 4.9 หมื่นล้าน
เบื้องหลังการพัฒนาสินค้าในปีนี้ คือฐานผู้บริโภคที่กว้างกว่าเดิม “เมื่อหาอาหารเจกินได้ทุกวันตลอดปี” ไม่เพียงเฉพาะเทศกาลเจเท่านั้น เมื่อรสชาติ ความอร่อย ราคาคุ้มค่า และความสะดวก จนเกิดพฤติกรรมอย่าง Flexitarian ที่เลือกเพิ่มอาหารจากพืชโดยไม่ต้องงดเนื้อสัตว์ทั้งหมด ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับวัตถุดิบ คุณค่าทางโภชนาการ และความเหมาะสมกับการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์จึงต้องไปไกลกว่าการทำเมนูสำหรับคนกินเจ แต่ต้องทำให้อาหารจากพืชเป็นตัวเลือกที่คนทั่วไปหยิบซื้อได้ง่าย กินได้บ่อย และไม่รู้สึกว่าต้องเปลี่ยนวิถีการกินของตัวเองมากเกินไป

นายณัชโชติ เหมทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า “ประเพณีถือศีล กินผัก จังหวัดภูเก็ต เป็นประเพณีอันทรงคุณค่าทั้งในเรื่องความศรัทธา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน สิ่งสำคัญคือการรักษาแก่นของประเพณีไว้ ขณะที่รูปแบบการบริโภคของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป การเข้าร่วมงานของซีพีแรมในปีนี้ จึงไม่ใช่เพียงการนำอาหารพร้อมรับประทานเจมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค แต่เป็นการใช้ความเชี่ยวชาญด้านอาหารมาพัฒนาทั้งรสชาติ คุณภาพ ความสะดวก ความคุ้มค่า และสุขภาพ เป้าหมายคือทำให้อาหารเจเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น และมีโอกาสต่อยอดจากการบริโภคตามเทศกาลไปสู่การเลือกกินในชีวิตประจำวัน”
“ภูเก็ตยังเป็นตลาดที่มีผู้บริโภคหลายกลุ่มอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงเป็นพื้นที่สำคัญในการดูว่าสินค้าแบบไหนได้รับการตอบรับ เมนูใดมีโอกาสเกิดการซื้อซ้ำ และระดับราคาใดที่ผู้บริโภคยอมรับ ข้อมูลจากช่วงเทศกาลสามารถนำกลับมาใช้พัฒนาสินค้า วางแผนการจำหน่าย และต่อยอดไปยังตลาดอื่นได้ หากผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในช่วงเทศกาลสามารถสร้างการซื้อซ้ำหลังจบงาน ก็จะช่วยสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องให้กับธุรกิจ พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยว การจับจ่าย และผู้ประกอบการในพื้นที่ให้เติบโตไปพร้อมกับประเพณี”
ปี 2569 ซีพีแรมวางผลิตภัณฑ์อาหารเจรวมกว่า 50 รายการ ปีนี้ซีพีแรมจึงให้น้ำหนักกับ สินค้าที่มีโอกาสสร้างความคึกคักในตลาดอาหารเจ โดยเลือกพัฒนาเมนูที่มีฐานผู้บริโภคชัด ราคาคุ้มค่า รับประทานสะดวก และสามารถต่อยอดสู่การบริโภคได้ตลอดปี เข้าถึงอาหารพร้อมรับประทานดังกล่าวได้ง่ายทั้งในช่องทาง 7-Eleven แม็คโคร โลตัส และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งออนไลน์ผ่าน LINE Official Account: @fudidiworld
ในกลุ่ม VG for Love การพัฒนาสินค้าเน้นเมนูที่ผู้บริโภครู้จักและกินอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน เช่น ผัดหมี่ซั่วเจ ข้าวกะเพราหมูกรอบเจ และเมนูไฮไลท์สำหรับปีนี้ สปาเก็ตตี้ขี้เมาหมูกรอบวีแกน และจัมโบ้บิ๊กเปาเห็ดหอมผัดพริกสด จุดสำคัญคือการลดช่องว่างระหว่าง “อาหารเจ” กับ “อาหารมื้อปกติ” ด้วยรสชาติที่คุ้นเคย แต่ปรับวัตถุดิบให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการงดหรือลดเนื้อสัตว์ ส่วน เลอแปง ขยายโอกาสไปยังมื้อเช้าและมื้อว่าง ผ่านสินค้าอย่างคัพเค้กกล้วยหอมสูตรเจ, ขนมปังรสช็อกโกแลตชิพสูตรเจ และขนมปังลูกเกดสูตรเจ ทำให้สินค้าเจไม่ได้แข่งขันเฉพาะในมื้อหลัก แต่สามารถเข้าไปอยู่ในหลายช่วงเวลาของวันได้มากขึ้น

ส่วน เจด ดราก้อน ออกเมนูใหม่ “เจด ดราก้อน x ดีน่า” ในการพัฒนาซาลาเปาเจ 3 รสชาติ ได้แก่ ซาลาเปานมถั่วเหลืองผสมงาดำ ซาลาเปานมถั่วเหลืองผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่ และซาลาเปานมถั่วเหลืองผสมจมูกข้าวญี่ปุ่น โดยนำความเชี่ยวชาญด้านซาลาเปาของเจด ดราก้อน มาต่อยอดกับนมถั่วเหลืองและวัตถุดิบกลุ่มธัญพืชจากดีน่า เพื่อเพิ่มทางเลือกในตลาดอาหารว่างจากพืช และขยายฐานลูกค้าจากผู้บริโภคที่กินเจในช่วงเทศกาลไปสู่กลุ่มที่เลือกอาหารจากพืชในชีวิตประจำวัน เป้าหมายของการเปิดตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงสร้างยอดขายระยะสั้น แต่ต้องการสร้างฐานการซื้อซ้ำ และประเมินศักยภาพของสินค้าในการพัฒนาต่อเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี
การเลือก นมถั่วเหลือง งาดำ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และจมูกข้าวญี่ปุ่น มาใช้ในผลิตภัณฑ์ใหม่ ยังสอดรับกับความสนใจเรื่อง Longevity และ Healthy Aging ที่มากขึ้น เพราะผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ว่าอาหารนั้นเป็น “เจ” หรือ “ไม่มีเนื้อสัตว์” แต่เริ่มดูละเอียดไปถึงวัตถุดิบ คุณค่าทางโภชนาการ และองค์ประกอบของแต่ละมื้อ เช่น โซเดียม น้ำมัน และพลังงาน ทำให้การพัฒนาอาหารจากพืชในปีนี้ขยับไปสู่การใช้วัตถุดิบที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งผัก เห็ด เต้าหู้ ถั่ว และธัญพืช ควบคู่กับการพัฒนารสชาติให้ยังคงกินง่ายและเข้าถึงผู้บริโภคทั่วไปได้ ไม่ถูกจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มที่มองหาอาหารเพื่อสุขภาพเท่านั้น แต่สามารถเป็นอีกทางเลือกของมื้อปกติในชีวิตประจำวันได้ด้วย ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการสร้างการซื้อซ้ำและทำให้ตลาดอาหารจากพืชมีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่องมากขึ้น
สำหรับตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ สิ่งที่จะทำให้สินค้าเดินต่อได้ไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์ที่ดีต่อสุขภาพ แต่ต้องตอบเงื่อนไขพื้นฐานของผู้บริโภคด้วย ทั้ง อร่อย คุ้มค่า หาซื้อง่าย และรับประทานสะดวก การพัฒนาสินค้าจึงต้องทำให้เรื่องสุขภาพอยู่ในอาหารที่ผู้บริโภคคุ้นเคย ไม่ใช่ผลักให้กลายเป็นสินค้าสำหรับคนเฉพาะกลุ่ม เพราะปลายทางของธุรกิจอยู่ที่การสร้างการซื้อซ้ำและเพิ่มความถี่ในการบริโภค
ภูเก็ตจึงเป็นมากกว่าพื้นที่จัดงานประเพณี เพราะในช่วงเทศกาลมีทั้งคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ในตลาดเดียวกัน ทำให้เห็นการตัดสินใจซื้อจากผู้บริโภคหลายกลุ่ม ทั้งเรื่องรสชาติ ราคา ขนาดสินค้า และประเภทเมนูที่ได้รับความนิยม โดยข้อมูลการขายและการตอบรับสินค้าใหม่จะถูกนำไปใช้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลังเทศกาล
เมนูท้องถิ่นอย่าง ข้าวคั่วกลิ้งเจ เป็นอีกตัวอย่างของการนำรสชาติที่มีฐานผู้บริโภคอยู่แล้วมาพัฒนาเป็นอาหารจากพืช การเริ่มต้นจากตลาดภูเก็ตช่วยให้เห็นการตอบรับของทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว หากสามารถสร้างยอดขายและการซื้อซ้ำได้ ก็มีโอกาสขยายไปยังพื้นที่อื่น และทำให้อาหารท้องถิ่นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตลาดต้นทาง
การเข้าร่วมประเพณีถือศีล กินผัก จังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง จึงมีทั้งเป้าหมายในการร่วมรักษาประเพณีและการพัฒนาธุรกิจอาหารให้ทันกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่ผู้ที่ถือศีลด้วยความศรัทธา กลุ่มคนรุ่นใหม่ นักท่องเที่ยว ไปจนถึงผู้ที่เริ่มเลือกอาหารจากพืชด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ สิ่งสำคัญคือการทำให้สินค้าใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ด้วยยอดขาย การซื้อซ้ำ และโอกาสอยู่ต่อในตลาด
นายณัชโชติ กล่าวว่า “เทศกาลยังคงมีคุณค่าของความศรัทธาและวัฒนธรรมเหมือนเดิม สิ่งที่ภาคธุรกิจสามารถทำได้คือเพิ่มทางเลือกให้เหมาะกับผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยไม่เปลี่ยนแก่นของประเพณี หากเมนูที่พัฒนาขึ้นในช่วงเทศกาลได้รับการตอบรับและสามารถสร้างการซื้อซ้ำได้หลังจบเทศกาล ก็จะทำให้อาหารเจไม่ได้เป็นตลาดเพียง 9 วัน แต่มีโอกาสกลายเป็นอาหารที่ผู้บริโภคเลือกได้ในชีวิตประจำวัน และสร้างรายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี”
ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเจ วีแกน และมังสวิรัติของซีพีแรมได้ที่ร้าน 7-Eleven แม็คโคร โลตัส และร้านค้าชั้นนำ กว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน LINE Official Account: @fudidiworld

