สค.พม.เตรียมพร้อมทุกส่วน
รับพ.ร.บ.คุ้มครอง​ครอบครัว

 

นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เป็นประธานเปิดการประชุมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงาน สามารถปฏิบัติงานตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง และร่วมกันกำหนดแนวทางเพื่อขับเคลื่อนพระราชบัญญัติดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน”

นายเลิศปัญญา กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ประเทศไทยได้มีการออกพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2550 แต่เนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวพบช่องว่างที่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงานหลายอย่าง จึงได้มีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ….ขึ้น และได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 สิงหาคม 2562 แต่เนื่องจากพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการกำหนดมาตรการทางสังคมเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาครอบครัว รวมทั้งการคุ้มครองป้องกัน เยียวยา การบำบัดฟื้นฟู โดยเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ดังนั้น จึงต้องเตรียมการเพื่อรองรับการบังคับใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว

นายเลิศปัญญา กล่าวต่อไปว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหน่วยงานในการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 จึงได้จัดประชุมเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฯ ขึ้น ระหว่างวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2562 โดยเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม เป็นการเสวนา “ชี้แจงแนวทางตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ….” เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ได้แลกเปลี่ยน และเสนอแนะข้อคิดเห็น ข้อสังเกต และแนวทางตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อที่ สค. จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป และสำหรับวันที่ 31 พฤษภาคม ได้รับเกียรติจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง (นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ) เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562

ซึ่งนอกจากการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้แล้ว การเสริมสร้างกลไกการดำเนินงานในทุกระดับ สนับสนุนให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านสาธารณสุข และองค์กรชุมชน ตั้งแต่ผู้บริหารไปจนถึงผู้ปฏิบัติงานได้รับความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานตามกฎหมาย และมีแนวทางการดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความถูกต้องและเข้มแข็ง เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน อันนำไปสู่ความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว นายเลิศปัญญา กล่าวในตอนท้าย

กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุมประกอบด้วย พนักงานอัยการ จากสำนักงานอัยการ คุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัด พนักงานสอบสวน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ผู้แทนองค์กรภาครัฐ ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สค. วิทยากร และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 260 คน

 

 

 

You may also like...