“กรมอนามัย” กระตุ้น “ค้าส่ง-ตลาด”เข้มงวดเว้นระยะห่าง

กรมอนามัย เผยผลสำรวจการประเมินตนเองของผู้ประกอบการค้าส่ง และตลาดสด พบส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน แต่ต้องเพิ่มความเข้มงวดเว้นระยะห่าง ลดการแออัดในพื้นที่ และการจัดพื้นที่จำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม ป้องกันความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19

          วันนี้ (19 มิถุนายน 2563) ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย พร้อมตัวแทนผู้ประกอบการจากบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) และตัวแทนตลาดสดรวมใจ เมืองทองธานี แถลงว่า กรมอนามัย ได้สำรวจการประเมินตนเองของกลุ่มตลาด ผ่าน ThaiStopCovid ระหว่างวันที่ 17 พฤษภาคมถึง 17 มิถุนายน 2563 พบว่า ส่วนใหญ่ของผู้ประกอบการตลาดร้อยละ 67.44 ผ่านเกณฑ์การประเมินตามมาตรการหลักและมาตรการเสริมในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19

โดยในส่วนของตลาดต้องกระตุ้นให้ประชาชนมีความตระหนักเพิ่มขึ้นใน 3 ด้าน ประกอบด้วย การจัดพื้นที่จำหน่ายและเครื่องดื่ม การเว้นระยะห่าง และการควบคุมการเข้าออกที่อาจส่งผลต่อความแออัดในการให้บริการ ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้ การประเมินตนเองของร้านค้าส่งพบว่า ร้อยละ 64.06 ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ สิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนดคือ การจัดสถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มของร้านค้าส่ง

          แพทย์หญิงพรรณพิมลกล่าวต่อว่า เป็นที่น่ายินดีว่าผู้ประกอบการได้ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการการผ่อนปรนมาถึงในระยะที่ 4 ได้เป็นอย่างดี แต่ยังต้องขอย้ำ 6 มาตรการหลักในการรักษาความสะอาด การใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ประกอบด้วย 1.การเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร 2.สวมหน้ากากทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน 3.ล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่และน้ำ 4.ไม่อยู่ในที่แออัดและรักษาระยะห่าง 5.ทำความสะอาดจุดสัมผัสที่ใช้ร่วมกัน และ 6.มีระบบคัดกรองด้วยแพลตฟอร์มไทยชนะ

          “จากการติดตามของกรมอนามัยพบว่า หากผู้ประกอบการมีความเคร่งครัดในการยึดเกณฑ์ปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ประชาชนก็จะร่วมมือปฏิบัติตามเป็นอย่างดี อาทิ การเว้นระยะห่างถ้ากำหนดจุดชัดเจนประชาชนก็จะอยู่ห่างกัน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางแห่งมีมาตรการเสริมจากที่กำหนดไว้ เช่น การมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้เว้นระยะห่าง การจัดอุปกรณ์คีบอาหาร การทำฉากกั้น ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น” แพทย์หญิงพรรณพิมลกล่าว

You may also like...