ททท. ชวนท่องเที่ยวทางน้ำ “ ตักบาตรไหว้พระทางน้ำ ล่องเรือชมหิ่งห้อย อิ่มอร่อยกับเมนู ปลาทู ปูไข่ ” โครงการ “ชิลล์ทั้งปีที่.. สมุทรสงคราม”

ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม เชิญร่วมกิจกรรมท่องเที่ยว เส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ “ ตักบาตรไหว้พระทางน้ำ ล่องเรือชมหิ่งห้อย อิ่มอร่อยกับเมนู ปลาทู ปูไข่ ” ในโครงการ “ ชิลล์ทั้งปีที่.. สมุทรสงคราม ”

“จังหวัดสมุทรสงคราม”   เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะ  1 ใน 3 เมืองสมุทรของภาคกลาง (สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ) หรือ เมืองสายน้ำสามเวลา ด้วยเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มาพร้อมเสน่ห์วิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ มีการสัญจรทางน้ำตั้งแต่เช้าจรดเย็น และยังมีความเป็นธรรมชาติ สงบ กลายเป็นเสน่ห์อีกรูปแบบที่หลาย ๆ คนถวิลหา  

เวลานี้แม้ “จังหวัดสมุทรสงคราม”  จะไม่ติดอยู่ในกลุ่ม 17 จังหวัดนำร่อง ตามแผนเปิดประเทศโดยไม่กักตัวของรัฐบาล ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564  แต่ก็พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยให้มาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม ได้เปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ “ตักบาตรไหว้พระทางน้ำ ล่องเรือชมหิ่งห้อย อิ่มอร่อยกับเมนู ปลาทู ปูไข่”  ในโครงการ “ชิลล์ทั้งปีที่.. สมุทรสงคราม ” เปิดโอกาสให้ชาวไทยได้ขยับออกท่องเที่ยวกันบ้าง ภายหลังสถานการณ์โควิดผ่อนคลาย

นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม กล่าวว่า
ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม ได้จัดทำแผนการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ในโครงการ “ชิลล์ทั้งปี…ที่สมุทรสงคราม” เพื่อสร้างกระแสและกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวยังจังหวัดสมุทรสงครามให้เพิ่มมากขึ้น จึงได้จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ พร้อมกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน อาทิ ตักบาตรพระทางน้ำ , ล่องเรือชมวิถีชีวิตชุมชนคนอัมพวา , และการล่องเรือชมหิ่งห้อย ในยามค่ำคืน พร้อมอิ่มอร่อยไปกับเมนูอาหารท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ “ ปลาทู ปูไข่ ”

โดยจะมีการเสนอขายในแบบ โปรโมชั่นพิเศษ แพ็คเกจท่องเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวและเข้าพักโรงแรมในจังหวัดสมุทรสงคราม (ที่เข้าร่วมโครงการ ฯ)

ที่พิเศษคือ ** นักท่องเที่ยวจะได้รับคูปอง เพื่อนำไปใช้ ในเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ อาทิ ล่องเรือไหว้พระทางน้ำ / ล่องเรือชมหิ่งห้อย จาก ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม ฟรี !!!! (1 ห้อง ได้รับคูปอง 2 ใบ ) จำนวน 1,000 ใบ เริ่มตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2564 – 31 มีนาคม 2565 หรือ เมื่อครบสิทธิ์

โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 034 752847-8 หรือช่องทาง FB. TAT Samut Songkram

การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ เชื่อว่าจะช่วยทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสงครามค่อย ๆ ฟื้นกลับมาได้ หลังจากก่อนหน้าการระบาดของโรคโควิด-19 จังหวัดสมุทรสงครามมีนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคนต่อปีและช่วยให้มีเงินสะพัดในจังหวัดประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี(ข้อมูล-สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม)

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งนักท่องเที่ยว ประชาชนและผู้ประกอบการในท้องถิ่นที่การ์ดต้องไม่ตก มีมาตรการการป้องกันความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อทำให้การท่องเที่ยวของเรา กลายเป็นความเสี่ยงที่สามารถป้องกันได้ …

**เส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ “ ตักบาตรไหว้พระทางน้ำ ล่องเรือชมหิ่งห้อย อิ่มอร่อยกับเมนู ปลาทู ปูไข่ ”

ตัวอย่าง ทริป 2 วัน 1 คืน ของกิจกรรมท่องเที่ยว เส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ “ ตักบาตรไหว้พระทางน้ำ ล่องเรือชมหิ่งห้อย อิ่มอร่อยกับเมนู ปลาทู ปูไข่ ” ซึ่งกิจกรรมอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ดังทริประหว่างวันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา มีความพิเศษตรงกับงานลอยกระทงของจังหวัดสมุทรสงครามประจำปี 2564 พอดี ทำให้คณะสื่อมวลชนที่เดินทางร่วมทริปได้ชมบรรยากาศการลอยกระทงกาบกล้วยของเมืองแม่กลองในรอบปีที่ 16 ส่องสว่างเป็นสายสวยงามไหลไปตามลำน้ำแม่กลอง ประทับใจกันถ้วนหน้า

**วันที่ 1 **

เดินทางออกจากสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ (ททท.) ช่วงเช้า ล้อหมุนประมาณ 08.00 น. ใช้เวลาไม่นานก็ถึงจังหวัดสมุทรสงครามและแวะจุดแรกไหว้พระเป็นสิริมงคลก่อนที่ “วัดบางกุ้ง” อ.บางคนที ชมพระอุโบสถ์หลังเก่าที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เรียกกันว่า “โบสถ์ปรกโพธิ์”

มีลักษณะพิเศษ คือ พระอุโบสถทั้งหลังปกคลุมด้วยต้นไม้ถึง 4 ชนิดประกอบด้วย ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร และต้นกร่าง ภายในพระอุโบสถมีพระประธาน คือ “หลวงพ่อนิลมณี” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อดำโบสถ์น้อย” เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน ส่วนบริเวณด้านข้างเป็นลานพระรูปของพระเจ้าตากสินมหาราช พร้อมหุ่นปั้นในท่าแม่ไม้มวยไทยให้ได้ชมเป็นขวัญตา

หลังจากนั้นไปเยี่ยมชม “สวนมะนาวโห่ลุงศิริ” สถานประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ SHA  เพื่อไปชม ชิม ช้อป ผลิตภัณฑ์มะม่วงหาวมะนาวโห่จากแบรนด์   สิริสมปอง อาทิ น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ 100% มะม่วงหาวมะนาวโห่ไซเดอร์ แยมมะม่วงหาวมะนาวโห่ น้ำพริกมะนาวโห่ ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟมะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นต้น

หลังจากนั้นถึงเวลามื้อกลางวัน ไปรับประทานอาหาร ณ ร้านครัวนิยม (อาหารถิ่นเมนูปลาทู และกุ้งแม่น้ำ)  สถานประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ SHA เช่นกัน ได้ลิ้มรสชาติหวานอร่อยของกุ้ง ปูไข่ที่มีความสดใหม่

ในช่วงบ่ายไปวัดกันต่อ เพื่อสักการะ “พระนอนแสนเหรียญ” ณ วัดบางน้อย ซึ่งเป็นพระพุทธไสยาสน์หรือหลวงพ่อพระนอน ที่มีความยาว 19 เมตร สูง 3 เมตรเศษ เป็นพระนอนองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าวัด โดยมีการปิดด้วยเหรียญชนิดต่างๆ รวมกว่าห้าแสนเหรียญ สร้างความแปลกตาให้กับผู้พบเห็น

จากนั้นไปเยี่ยมชม “ชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์” วิถีชีวิตของชาวสวนมะพร้าวริมคลองผีหลอก แห่งลุ่มน้ำแม่กลอง ประยุกต์มาสู่กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายที่สนุกสนาน ซึ่งได้รวบรวมและรื้อฟื้นเอกลักษณ์ท้องถิ่นให้ย้อนคืนกลับมาอีกครั้ง และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสกิจกรรมในชุมชน ผ่านรูปแบบฐานการเรียนรู้จากภูมิปัญญาชุมชน จนออกมาเป็นกิจกรรม Workshop อาทิ ทำขนมไทย สานหมวก ตะกร้าจากทางมะพร้าว ผ้ามัดย้อมการทำไซรัปและตาลมะพร้าว เป็นต้น

ซึ่งบ้านริมคลองโฮมสเตย์ เป็นสถานประกอบการที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย  (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564  ในประเภท แหล่งท่องเที่ยว สาขา    แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ ด้วยเช่นกัน

เสร็จกิจกรรมที่บ้านริมคลองโฮมสเตย์ เดินทางเข้าที่พัก ณ “โรงแรม ชูชัยบุรี ศรีอัมพวา” ที่พักระดับตำนาน เพื่อเก็บของสัมภาระ พร้อมสัมผัสกับบรรยากาศภายในโรงแรม ที่มีการออกแบบโดดเด่นสะดุดตา ด้านหน้าโรงแรมเป็น “อาคารชินบัญชร” ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมอาคารแปดเหลี่ยม แบบวิกตอเรียได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมยุโรป ผสมกับไทยประยุกต์ มีร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์สะสมหายาก ของเก่าโบราณที่หาชมได้ยาก น่าสนใจทีเดียว

ชื่นชมกับที่พักเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาออกไปรับประทานอาหารเย็น ณ ร้านน้องอุ้ม ร้านเจ้าสำราญ หรือ ร้านรัญจวน ซึ่งมีท่าเทียบเรือนำเที่ยว/ขึ้น-ลงเรือ สำหรับชมหิ่งห้อย และวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ และเนื่องจากเป็นทริปพิเศษ มีการพาไปล่องเรือเพื่อชมบรรยากาศการจัดงานลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลองประจำปี 2564 ด้วย ซึ่งทางจังหวัดสมุทรสงครามจัดขึ้นเป็นปีที่ 16 ได้ตื่นตาตื่นใจกับแสงสว่างไสวระยิบระยับตามกระแสคลื่นกลางแม่น้ำแม่กลองของกระทง ก่อนกลับเข้าที่พัก ผ่อนตามอัธยาศัย เพื่อเตรียมพลังไว้สำหรับวันต่อไป

**วันที่ 2**

ยามเช้าใครที่ยังมีพลังเหลือเฟือ สามารถตื่นมาร่วมตักบาตรพระทางน้ำยามเช้าได้ โดยทางโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้ ช่วงเวลา 06.00 น. หลังจากนั้นไปรับประทานอาหารอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม ซึ่งเริ่มเปิดเวลา 07.00 น.

เวลา 09.00 น.  เตรียมพร้อมสำหรับล่องเรือไหว้พระทางน้ำ 5 วัด ได้แก่

1.วัดท้องคุ้ง สักการะหลวงพ่อโต อีกทั้งภายในบริเวณวัดยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม น่าชมอีกหลายแห่ง เช่น กุฎิสงฆ์ หอไตรเก่า โรงเรียนพระปริยัติเดิมที่ปัจจุบันใช้เป็นกุฎิสงฆ์ ถาน (ห้องสุขาพระ) เดิม

2.วัดภุมรินทร์กุฎีทอง สักการะพระพุทธรัตนมงคล พระประธานในพระอุโบสถ ชมกุฎีทองซึ่งสร้างสมัยรัชกาลที่ 1 นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุมากมาย

3.วัดจุฬามณี นมัสการหลวงพ่อเนื่อง มรณภาพมากว่า 20 ปี แต่สังขารไม่เน่าไม่เปื่อย ชมพระอุโบสถซึ่งเป็นอาคารจัตุรมุขปูด้วยหินหยกสีเขียวจากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน และขอพรองค์ท่านพ่อท้าวเวสสุวรรณ หรือ ท้าวเวสสุวัณ ที่ตามความเชื่อของพุทธศาสนามีถึงสี่ภาค ซึ่งวัดจุฬามณี ก็ค่อนข้างมีชื่อเสียงเรื่องวัตถุมงคลมากๆ   โดยสามารถเช่าวัตถุมงคล บูชาเพื่อเสริมสิริมงคลแก่ตนเองได้อีกด้วย

4.วัดบางแคน้อย ชมพระอุโบสถที่พื้นปูด้วยไม้กระดานเพียง 7 แผ่น และผนังภายในพระอุโบสถแกะสลักจากไม้สัก เป็นศิลปะไม้ฝังไม้ คือ การฝังไม้โมกมันลงในไม้สัก อีกทั้งยังมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ศิลปะแบบจีน

5.วัดอินทาราม สักการะหลวงพ่อโต ซึ่งอายุกว่า 300 ปี พระอุโบสถสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง บานหน้าต่างและบานประตูเป็นไม้สักแกะสลักสุภาษิตสอนใจ คนส่วนใหญ่มักจะมาทำพิธีลอดใต้โบสถ์สะเดาะเคราะห์ เพื่อความเป็นสิริมงคล

สำหรับอาหารมื้อกลางวัน ยังคงเป็นอาหารถิ่นเมนูปลาทู และกุ้งแม่น้ำ  เพราะมาถึงสมุทรสงครามแล้วต้องไม่พลาดเมนูปลาทูสดหวานมันอร่อย พร้อมกุ้งเผาหรือนึ่งกับน้ำจิ้มแซ่บ ๆ

บ่ายแก่ ๆ ถึงเวลาเดินทางกลับ เยี่ยมชมร้าน Salt Lake De Maeklong (ซอลท์ เลค เดอ แม่กลอง คาเฟ่นาเกลือแห่งแรกของไทย) ร้านกาแฟและอาหารริมทาง ที่ให้ชิมเมนูอร่อย ๆ พร้อมชมบรรยากาศนาเกลือที่แปลกใหม่ มีมุมถ่ายภาพที่เป็นเอกลักษณ์

โดยอาจนั่งอยู่ในห้องคาเฟ่พร้อมแอร์เย็นๆ หรือไปนั่งชมวิวแบบโอเพ่นได้ที่ด้านล่าง เพื่อไปถ่ายรูปชิล ๆกับกังหันลม ชิงช้า หรือสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ กลิ่นอายของนาเกลือที่แตกต่างจากร้านกาแฟทั่วไป

ส่วนใครที่อยากนั่งชิมกาแฟ พร้อมผ่อนคลายสบาย ๆ ก็สามารถใช้บริการสปาเท้าแปลกใหม่ด้วยเกลือได้ เป็นการพักผ่อนคลายพอให้หายเหนื่อยล้า ก่อนจะเดินทางกลับบ้านกันโดยสวัสดิภาพ

ต้องการไปผ่อนคลาย ชิล ๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 034 752847-8 หรือช่องทาง FB. TAT Samut Songkram

#เมืองสายน้ำสามเวลา

#เที่ยวใกล้เที่ยวง่ายสไตล์ภาคกลาง

#เที่ยวเมืองไทยamazingยิ่งกว่าเดิม

#ชิลล์ทั้งปีที่สมุทรสงคราม

You may also like...