นวัตกรรมกุ้งปลอดเชื้อด้วยธรรมชาติวิธีจุลินทรีย์พิฆาต
ต้นทุนการผลิตทางการเกษตร ไม่ได้มีแค่เพียงเมล็ดพันธุ์พืช และปุ๋ย แต่ยังรวมถึงยาปราบศัตรูพืช เช่นเดียวกับผลผลิตทางการประมง ซึ่งรวมถึงปัจจัยที่ใช้ในการดูแลสัตว์น้ำก่อนการเก็บเกี่ยวส่งต่อผู้บริโภค ด้วยเทคโนโลยี “แบคเทอริโอเฟจ” (bacteriophage) ที่คิดค้นโดยนักวิจัยไทย ภายใต้หลักการ “จุลินทรีย์พิฆาต” จะแปรเปลี่ยนปัญหา “เชื้อดื้อยา” ใน “กุ้ง” ซึ่งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ให้กลายเป็น “โอกาส” ในการ “เพิ่มผลผลิต” ด้วยต้นทุนที่คุ้มค่า

รองศาสตราจารย์ ดร.ภูชิต โนนจุ้ย อาจารย์ประจำศูนย์วิจัยชีววัตถุการแพทย์ชั้นสูงเพื่อการรักษา สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี ๒๕๖๙ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับรองศาสตราจารย์ ดร.วรพนธ์ ชัยกีรติศักดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สร้างผลงานให้วงการวิจัยกุ้งไทยได้ประจักษ์ ภายใต้การสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่น ที่ค้นพบความมหัศจรรย์ของ “กุ้งแชบ๊วย” ซึ่งนับเป็นหนึ่งในกุ้งไทยที่มีอนาคตไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะ “เมนูชั้นเลิศ” จนไม่อาจพลาดโอกาสในการลงทุนเพื่อการสนับสนุนงานวิจัยต่อยอดสู่ระดับอุตสาหกรรมระดับโลกอย่างครบวงจร
สิ่งท้าทายที่นำไปสู่การค้นพบ “แบคเทอริโอเฟจ” (bacteriophage) ที่เหมาะสมที่สุดเพื่อป้องกันโรคกุ้งไทย ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลตอบแทนเชิงเศรษฐกิจได้มากกว่า 2.8 ล้านบาทต่อพื้นที่ 200 ไร่ ไม่เพียง “กุ้งแชบ๊วย” แต่ยังรวมถึง “กุ้งขาว” และ “กุ้งกุลาดำ” ที่ได้รับความนิยมในท้องตลาดไม่แพ้กัน
คือความพยายามที่จะผลักดันแนวทางการพัฒนาการใช้เชื้อจุลินทรีย์แทนยาปฏิชีวนะที่ “เห็นผล” ในระดับห้องปฏิบัติการ และ “ได้รับการตีพิมพ์” ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติมาแล้วถึงหลายฉบับ สู่ระดับนโยบายครั้งแรกของประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกับกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เพียงใช้ “แบคเทอริโอเฟจ” (bacteriophage) 1 มิลลิลิตร ต่ออาหารกุ้งในทุกช่วงอายุ 10 กิโลกรัม วันเว้นวัน ไม่เพียงประโยชน์เพื่อการป้องกันโรคระบาดที่อาจเกิดต่อสัตว์น้ำเศรษฐกิจดังกล่าว ยังพบว่าอาจนำไปขยายผลสู่สัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น ปลากะพงขาว ไก่ หมู ฯลฯ ไปจนถึงการยับยั้งโรคติดเชื้อในมนุษย์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มักประสบปัญหาเชื้อดื้อยา เช่น ปัญหาโรคติดเชื้อในผู้ป่วยที่ต้องพักเป็นเวลานานภายในโรงพยาบาล เป็นต้น ซึ่งนับเป็นการยกระดับสู่ “One Health” เพื่อสุขภาวะองค์รวม สุขภาพคน-สุขภาพสัตว์-สุขภาพสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางองค์การอนามัยโลกได้อย่างแท้จริง
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่ www.mahidol.ac.th

