เรื่องจริงต้องรู้…/ช. พิทักษ์.. แม่สอดมหานครหยก ‘Mae Sot Jade Metropolis’​

หลายวันมานี้แม่สอดมีข่าวใหญ่ ข่าวนั้นก็คือ การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้มีคนเสียชีวิต 40 คนเมื่อวันอังคาร(9ก.พ.)​ ตามด้วย 22 คนในวันถัดมา ทำให้มีการระดมตรวจคัดกรองคนงานและผูู้ประกอบการ

(https://thestandard.co/tak-lock-down-2-communities-of-mae-sot/)

ที่มีการเดินทางข้ามพรมแดนไทย-พม่า การระบาดยืนยันความเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญของแม่สอด สำคัญถึงขั้นมีทางพัฒนาให้เป็นมหานคร ๆ หน้าด่านแบบเดียวกับมหานครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา

(https://www.latimes.com/california/story/2020-11-11/san-francisco-has-been-remarkable-conservative-in-fighting-covid-19-will-it-keep-working)

ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นประตูสู่ญี่ปุ่นและจีน จนภาคตะวันตกของสหรัฐฯกลายเป็นดินแดนมั่งคั่ง ส่วนประเทศทั้งสองก็มีโอกาสแตะความเจริญ จนมีความรุดหน้าถึงขั้นยิ่งใหญ่ตราบจนทุกวันนี้

แม่สอดจะเจริญแบบเดียวกับซานฟรานซิสโกได้หรือ? ได้ถ้าดูประเทศที่อยู่ติด เริ่มจากพม่าที่มีประชากร 51 ล้านคน ตามด้วยจีน 1,400 ล้าน บังคลาเทศกับอินเดีย 2,000 ล้าน

ยังไม่รวมไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ที่รวมกันแล้วเฉียดพันล้าน เอาแค่ประชากร ยังไม่พูดถึงทรัพยากร ซึ่งพม่ายังอู้ฟู่ ๆ จากการมีอัญมณีมีค่า ซึ่งที่สุดก็คือ หยก

(https://www.thedailybeast.com/chinas-ugly-craving-for-burmese-jade)

มีน้ำมันดิบ มีแก๊สธรรมชาติ ทั้งหมดนี้ทุกวันนี้แม่สอดก็ได้ประโยชน์  ดูจากมูลค่าสินค้าส่งออกและนำเข้าที่ผ่านด่าน ซึ่งน่าจะไม่น้อยกว่าปีละแสนล้านบาท แต่น่าห่วงที่มูลค่าอาจลด

ลดจากการที่พม่ามีการรัฐประหาร ทำให้ประเทศถูกคว่ำบาตรทุกรูปแบบ ประเด็นนี้เป็นสาเหตุทำให้คนพม่าทะลักเข้าไทยทันทีหลังรัฐประหาร โดยหลายคนที่หนีออกมาให้สัมภาษณ์ต่อไปพม่าจะเป็นประเทศอยู่ไม่ได้

ทั้งไม่มีคนอาศัย ไม่มีงานทำ และไม่มีการค้าขาย  ไทยจะต้องเตรียมรับมือการทะลัก และวิธีหนึ่งก็คือ การพัฒนาแม่สอดให้เป็นเมืองใหญ่ และมีฐานะเศรษฐกิจพออุ้มชูคนทั้งในและประเทศใกล้เคียง

ควรพัฒนาอย่างไรเพื่อจะได้เป็นมหานครแม่สอด หรือ Mae Sot Metropolis โอ้! ก่อนอื่นขอแก้ข้อมูลที่ผิด ตรอกบ้านจีนไม่ได้อยู่แม่สอด แต่อยู่อำเภอเมือง จังหวัดตาก

(https://www.paiduaykan.com/travel/%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99)

และนครแม่สอดเดิมเป็นตำบลแม่สอด ตำบล ๆ หนึ่งของอำเภอแม่สอด อยู่ห่างชายแดน 6 กิโลเมตร มีขนาดพื้นที่ 27.20 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 40,000 คน

(https://theculturetrip.com/asia/thailand/articles/the-top-10-things-to-see-and-do-in-mae-sot-thailand/)

ดูแล้วทั้งขนาดพื้นที่และจำนวนประชากรยังต้องขยายอีกมาก แต่้มีทางทำได้ และวิธีก็คือสร้างงาน และนี่ก็เป็นอีกข้อมูลที่อยากแก้ ตอนที่แล้วแนะนำให้แม่สอดหาประโยชน์จากการมีไม้อุดมสมบูรณ์

ให้เอาไม้มาแกะสลักแกะเป็นศรีษะคนมีชื่อเสียง เพื่อชาวโลกจะได้ซื้อไปประดับบ้าน โรงเรียน พิพิธภัณฑ์ และสถานประกอบการ ความจริงก็คือ ความเจริญมั่งคั่งในอดีตของแม่สอดมาจากหยก

(https://www.bangkokpost.com/travel/306774/little-myanmar#group=nogroup&photo=10)

หยกที่เป็นอัญมณีมีค่าประดุจเพชร โดยเฉพาะชาวจีนที่ยกย่องให้เป็นสุดยอดอัญมณี มีการนำไปแปรรูปเป็นสาระพัดเครื่องประดับและเครื่องใช้ แม่สอดไม่มีหยก แต่มีการค้าหยกที่เข้ามาจากพม่า

พม่าที่เป็นดินแดนหยกหนาแน่น อีกทั้งมีการสำรวจและขุดตั้งแต่โบราณกาล การค้าหยกเริ่มที่แม่สอดเมื่อไรไม่มีการบันทึก แต่คงเริ่มเมื่อความนิยมเริ่มกระจายไปทางทิศตะวันออก จนครอบพื้นที่ซีกนี้ได้ทั้งหมด

(https://www.tanglinclub.org.sg/events/social-events/social-events/ladies%E2%80%99-lunch-all-about-jade.html)

รวมทั้งไปยังแคนาดาและสหรัฐอเมริกาที่มีชาวจีนอพยพหนาแน่น เห็นข้อมูลเหล่านี้แล้วทำเลย ๆ ทำแม่สอดให้เป็นมหานครหยก หรือชื่อภาษาอังกฤษสุดเก๋ Mae Sot Jade Metropolis

ทำด้วยการนำเรื่องราวหยกมาเป็นไฮไลท์ของการไปเที่ยว และการไปทำธุรกิจ ไปเที่ยวเพื่อดูพิพิธภัณฑ์ที่เสนอเรื่องราวและหลักฐานสำคัญ ทำให้ดูใหญ่และทันสมัย โดยเฉพาะให้มีภาษาจีนประกอบ

(https://www.archdaily.com/328761/jade-museum-archi-union-architects/5111ebe9b3fc4b5fe2000008-jade-museum-archi-union-architects-photo)

เพราะนักท่องเที่ยวที่จะไปเป็นนักท่องเที่ยวจีน ๆ ต่างต้องไปดู โดยเฉพาะถ้ามีการแสดงหยกของคนมีชื่อเสียง ไม่ต้องเอาของจริงมาแสดง เอาแค่แหวน กำไล และเหรียญประดับที่ปรากฏในภาพ

ขยายให้ใหญ่ บอกเล่าเรื่องราวให้ละเอียด ทำแค่นี้รับรองคนจีนจะไปแม่สอด จนแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่คนจีนนิยมต้องอิจฉา

และนอกจากหยก ยังมีวิธีพัฒนาแม่สอดให้เป็นมหานครธุรกิจ วิธีคือนำแรงงานพม่าที่มีความรู้และทักษะทำงานที่เป็นที่ต้องการระดับสากล ซึ่งพม่ามีจำนวนมาก เปิดเลยเขตแรงงานพม่ามีทักษะ

เปิดพร้อมที่พัก ที่ทำงานแบบ coworking space เปิดเลย ทำให้เหมือนในเมืองใหญ่ประเทศตะวันตกเพื่อให้ดูสุดเก๋ ใครเห็นต้องอุทาน เฮ้ ๆ แม่สอดมี coworking space กับเขาด้วย

(https://www.deskmag.com/th/coworking-city-country-profiles/coworking-spaces-the-demand-for-private-offices-012#article-gallery-1)

แล้วสูงกว่านั้นก็คือ การส่งเสริมให้มีการเปิดสต๊าร์ทอัพ เพราะถ้าส่งเสริม เงินจากชาวพม่าลี้ภัยในประเทศตะวันตกจะไหลเข้ามาลงทุนเป็นล่ำเป็นสัน เห็นหรือยังตึกระฟ้า เห็นหรือยังรถรางลอยฟ้า

(https://en.wikipedia.org/wiki/Mae_Sot_District#/media/File:Thai-Myanmar_friendship_bridge.jpg)

เห็นหรือยังสวนสาธารณะ และนี่จะเป็นภูมิทัศน์แม่สอด ถ้ามีการพัฒนาเป็นล่ำเป็นสัน เอาเลย ๆ ผู้สมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรี นครแม่สอด การเลือกตั้งที่จะเกิดวันที่ 28 เดือนหน้า

เอาแนวความคิดที่เสนอไปหาเสียง เพื่อจะได้คะแนนเสียงจากชาวแม่สอดที่อยากเห็นถิ่นทื่อยู่ของตัวเองเป็นมหานคร โอกาสขยับเข้ามาใกล้ขนาดนี้ต้องหยิบฉวย

(https://www.bangkokpost.com/world/1254550/mae-sot-luminaries-share-bold-vision)

หยิบฉวยเลยชาวแม่สอด หยิบฉวยเหมือนครั้งหนึ่งเคยทำกับหยก

You may also like...