เรื่องจริงต้องรู้…/ช. พิทักษ์.. วิกฤติสภาพอากาศสหรัฐอเมริกา (2)

เอาละ วิกฤติสภาพอากาศสหรัฐฯจบแล้ว ทิ้งไว้ซึ่งความทรงจำถึงความหนาวที่ก้าวข้ามจากฤดูหนาวมาฤดูใบไม้ผลิ ปกติแล้วเวลาหิมะตกข้ามฤดูในสหรัฐฯ ชื่อที่ใช้เรียกก็คือ new year snow หิมะปีใหม่

(https://www.wallpaperbetter.com/en/hd-wallpaper-chvrc)

โดยเกิดเป็นประจำในเกือบทุกพื้นที่ ๆ อยู่ทางเหนือ ไม่เคยเกิดในพื้นที่ทะเลทรายเหมือนที่เกิดปีนี้ ยิ่งกว่านั้นยังไปตกในทะเลทรายซาฮาร่าจนคนทั้งโลกตะลึง โดยตกในชุมชนที่อยู่เหนือสุดของประเทศอัลจีเรีย

ทั้งนี้ถ้าดูประวัติศาสตร์ หิมะเคยตกที่พื้นที่นี้และได้รับการบันทึก 3 ครั้ง ๆ แรกเดือนกุมภาพันธ์ 1979 และต่อมาในฤดูหนาวระหว่างปี 2016/2017 กับระหว่างปี 2017/2018

โดยตอนที่ตกเดือนมกราคม 2017 ตกหนักขนาดสูง 1 เมตร ซึ่งไม่เคยตกขนาดนี้มาก่อน ก็ให้ดู ๆ กันเพื่อช่วยกันหาทางแก้ไข ไม่เช่นนั้นไทยอาจมีหิมะตกเหมือนประเทศเขตหนาว

(https://edition.cnn.com/2018/01/09/africa/sahara-snow-trnd/index.html)

แล้วมาดูคุณประโยชน์ที่สหรัฐฯทำให้กับโลก เพื่อลบล้างข้อครหาทำบาปกรรมไว้มาก คุณประโยชน์ต่อจากการทำให้โลกเลิกค้าทาสเลิกใช้แรงงานทาสก็คือ การยกย่องเชิดชูและปกป้องระบอบประชาธิปไตย

คือไม่ได้ทำแค่ยกย่องเชิดชู แต่ยังปกป้อง ทั้งนี้มวลมนุษย์ต่างไฝ่หาการปกครองระบอบประชาธิปไตยมาช้านาน เพื่อจะได้ปกครองตัวเองและทำเพื่อตัวเอง

ไม่ใช่คนอื่นปกครอง แล้วตัวเองเป็นคนรับใช้ ทำอะไรคนปกครองเอาไปหมด เจ็บมาก เจ็บยาวนานด้วย ความเคลื่อนไหวสำคัญครั้งแรกด้านนี้เกิดปี 1215 หรือ 806 ปีที่แล้ว

เมื่อผู้มีอิทธิพลการเมืองสหราชอาณาจักรได้ยกร่างกฏบัตร Magna Carta Charter เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ภายใต้กฏหมาย รวมทั้งให้การปกป้องคุ้มครองศาสนา ทั้งนักบวชและสถานที่ประกอบพิธี

(https://www.pinterest.co.uk/pin/146859637822346959/)

รวมทั้งปกป้องคุ้มครองสิทธิและทรัพย์สินของเหล่าขุนนาง ต่อจากนั้นความเคลื่อนไหวในเชิงนี้ได้กระจายไปทั่ว หลังมีการค้นพบทวีปอเมริกาเมื่อปี 1492 การค้นพบที่ทำให้ผู้คนจากทวีปยุโรปแห่ไปตั้งหลักแหล่ง

โดยยังไปพร้อมความรู้สึกรักเสรีภาพและความเสมอภาค อยากให้ดินแดนใหม่เอื้อให้ประชาชนอยู่อย่างสันติสุข ปลอดจากการถูกกระทำทารุณ และถูกปกครองแบบไม่เป็นธรรม

และแล้วความฝันก็บรรลุเมื่อวันที่ 4 กรกฏาคม 1776 โดยในวันนั้นสหรัฐอเมริกามีการประกาศอิสรภาพ เพื่อยกตัวเองออกจากการอยู่ใต้สหราชอาณาจักร หลังจากนั้นมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญปีต่อมา

(https://www.pinterest.com/pin/389420699007228861/)

แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญยังเป็นของใหม่จึงได้รับการแก้ไขบ่อยครั้ง จนกระทั่งฉบับถาวรถูกประกาศใช้ปี 1789 หรือ 13 ปีหลังประกาศอิสรภาพ และเนื่องจากถูกร่างยาวนาน

อีกทั้งผู้ร่างยังล้วนเป็นบุคคลมันสมองและสติปัญญาสูงสุดสมัยนั้น จึงทำให้เป็นรัฐธรรมนูญทันสมัยและหลุดโลก โดยยังทันสมัยและหลุดโลกตราบจนทุกวันนี้

(https://stanfordfreedomproject.files.wordpress.com/2014/12/u-s-constitution-lessons-from-our-founding-fathers1.jpg)

หนึ่งให้นั้นคือการให้สิทธิ์ประชาชนทุกคนในการใช้กฏหมายดูแลตัวเอง
และต่อสู้เอาชนะความอยุติธรรมและการเบียดเบียนทุกรูปแบบ ไม่ได้ ๆ ใครเข้ามาวุ่นวายไม่ได้

และถึงเข้ามาได้ พวกเขายังมีกองทัพผู้รักเสรีภาพอยู่ด้านหลัง โดยทุกคนพร้อมที่จะออกมาขัดขวางและขับไล่ ตัวอย่างล่าสุดเพิ่งเกิดจากกรณีโดนัลด์ ทรัมป์

(https://edition.cnn.com/politics/live-news/trump-biden-election-results-11-07-20/h_61e3050fd4aee6a332b27d3c59224673)

แล้วการเข้ามาของโจ ไบเดนก็เป็นอีกตัวอย่างที่ดีของระบอบประชาธิปไตยสหรัฐฯ คือทันทีที่ ๆ คนไม่ดีทางการเมืองออกไป คนดีก็เข้ามา

(https://brandinside.asia/biden-first-100-days-and-priorities-plan/)

เป็นอย่างนี้หลายครั้งจนสหรัฐฯมีการเปลี่ยนผู้นำคงที่ ไม่มีสะดุด ไม่ีมีหยุดพัก และแก้ไข เรื่องนี้แปลก เนื่องจากสหรัฐฯเป็นประเทศพหุชาติพันธ์ อีกทั้งการดำเนินชีวิตยังมีหลายรูปแบบ

ตั้งแต่ขอทานริมทางเท้า จนถึงการดูแลกิจการทางออนไลน์จากสำนักงานบนตึกระฟ้า ทั้งรวยจนถึงแม้จะไม่ใกล้ชิดกัน แต่ก็ยังเคารพสิทธิ์กันและกัน เวลามีเรื่องสถานภาพจะเท่ากัน

ทั้งนี้หลังสหรัฐฯสร้างตัวเองให้เป็นประชาธิปไตย กระแสก็ได้แผ่ขยายไปยังประเทศหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ ฝรั่งเศส ซึ่ง French Revolution หรือการปฏิวัติฝรั่งเศส ที่ใช้เวลา 10 ปี

(https://en.wikipedia.org/wiki/French_Revolution#/media/File:Anonymous_-_Prise_de_la_Bastille.jpg)

จากปี 1789 – 1799 ยังช่วยต่อกระแสความนิยมในการปกครองรูปแบบประชาธิปไตย โดยสิ่งที่สองประเทศได้สร้างให้ชาวโลกเห็นก็คือ การเป็นประชาธิปไตยไม่ได้หมายถึงการป่วนบ้านป่วนเมือง

แต่เป็นการสร้าง โดยสร้างถึงขนาดสามารถผลักดันประเทศให้ก้าวขึ้นจนถึงขั้นเจริญสูงสุด ความเจริญเกิดได้เพราะพลเมืองปกครองกันเอง ไม่ใช่ให้ใครคอยชี้นิ้ว เชื่อหรือยัง หรือยังเชื่อประชาธิปไตยไม่เอื้อเศรษฐกิจ

(https://1freewallpapers.com/city-architecture-buildings-tower-modern-usa/th)

ต้องมีคนคอยบัญชาการ เศรษฐกิจถึงจะขยับเขยื้อนจนถึงขั้นพุ่ง ประชาชนบัญชาการเองไม่ได้ ซึ่งถ้าความคิดนี้จริงสหรัฐอเมริกาคงไม่เจริญขนาดนี้ นอกจากนี้ยังมีอีกประเทศที่เป็นตัวอย่าง

นั่นคือ ญี่่ปุ่น ๆ สร้างประชาธิปไตยให้ตัวเอง พร้อมกับสร้างเศรษฐกิจจนเจริญล้ำหน้าโลก  ไทยยังต้องศึกษาหนักเพื่อนำประชาธิปไตยมาสร้างเศรษฐกิจ

(https://www.bookmundi.com/kyoto/ancient-and-modern-japan-7527)

โดยสิ่งที่ควรทำอันดับแรกคือ การสร้างประชาธิปไตย สร้างเพื่อให้คนดีพร้อมใจเป็นนักการเมือง และคนไม่ดีถูกกำจัด อย่าลืมทุกวินาทีการเมืองระบอบประชาธิปไตยมีทั้งคนดีและไม่ดี

ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ ๆ ประชาชนจะต้องรู้จักค้นหา รู้จักคัดเลือก และรู้จักสนับสนุนคนดี ๆ อย่างไรให้ดูตัวอย่างไบเดน ๆ เล่นการเมืองตั้งแต่ปี 1970 เริ่มจากสมาชิกสภาเขต จากนั้นเคยมีภาระหน้าที่ครอบคลุมทุกเรื่อง

(https://www.nytimes.com/2019/06/03/us/politics/biden-1988-presidential-campaign.html)

พร้อมกับเคยมีตำแหน่งทุกระดับให้รับผิดชอบ ต้องรู้จักเลือกคนดี ไม่รู้จักอย่าหวังประเทศจะมีประชาธิปไตย

                                                         …  

You may also like...