นิด้าโพล-เครดิตบูโรดูภาวะออม-หนี้
พบปชช.ส่วนใหญ่รายได้ใกล้รายจ่าย

 

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “พฤติกรรมการออมและภาวะหนี้สินของประชาชนในครึ่งปีแรก 2560″ และเสวนา เรื่อง “พฤติกรรมการออมและภาวะหนี้สินของคนไทย” พบ ประชาชนส่วนใหญ่ หรือ 45.15%  มีรายได้ พอ ๆ กับรายจ่าย  

ศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการ วิชาการ ผศ.ดร.ณัฐฐา วินิจนัยภาค ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ผศ.ดร.ณดา จันทร์สม คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ ผศ.ดร.ปริยดา สุขเจริญสิน ผู้อำนวยการหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ การเงิน คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ และผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และนายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร ร่วมในงานแถลงข่าวผลสำรวจและเสวนา  เรื่อง “พฤติกรรมการออมและภาวะหนี้สินของคนไทย”

ศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการ วิชาการ นิด้า กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ได้มีโอกาสร่วมมือกับ เครดิตบูโร เพื่อสำรวจความคิดเห็นของประชาช นในด้านเศรษฐกิจ การเงิน การบริหารจัดการทรัพย์สิน หนี้สิน ตลอดจนการวางแผนการออม โดยการสำรวจความคิดเห็น เป็นหนึ่งในภารกิจของ นิด้าโพล ที่ต้องการสนับสนุนการบริการทาง วิชาการ ในรูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจ หรือการทำโพล เพื่อเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการต่อสาธารณะ อันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม การวิจัย และงานวิชาการอื่น ๆ รวมถึงประเทศชาติต่อไป โดยหวังว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อ ประชาชน หน่วยงาน สถาบันการเงิน หรือองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นำไปเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใ จ การวางแผน หรือการกำหนดนโยบายสาธารณะต่าง ๆ และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สอดคล้องกับมาตรการส่งเสริมภายใ ต้แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินฉบั บที่ 2 ต่อไป 

ด้าน ผศ.ดร.ณัฐฐา วินิจนัยภาค ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็ น “นิด้าโพล” ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นขอ งประชาชน เรื่อง “พฤติกรรมการออมและภาวะหนี้สินข องประชาชนในช่วงครึ่งปีแรก 2560” จากประชาชนที่มีรายได้ทั่วประเท ศ จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 45.15 มีรายได้ พอ ๆ กับรายจ่าย โดยประชาชนมีรายได้ต่อเดือนเฉลี่ย 26,469.91 บาท ขณะที่รายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 21,606.75 บาท  ทั้งนี้ ประชาชนเกินครึ่งเล็กน้อย หรือร้อยละ 51.65 มีเงินออมไว้ใช้ โดยส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.79 ออมเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น เพื่อการรักษาพยาบาล การเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ร้อยละ 38.33 ออมเพื่อสำรองไว้ใช้ในอนาคต ร้อยละ 26.91 ออมไว้ให้บุตรหลานตลอดจนการศึกษ าของบุตรหลาน ร้อยละ 12.58 ออมใช้ในระยะยาวช่วงหลังเกษียณอ ายุ 

ส่วนการมีหนี้สินของประชาชน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.10 ระบุว่ามีหนี้สิน ซึ่งในจำนวนนี้ มีหนี้สินโดยรวมเฉลี่ยประมาณ 565,302.88 บาท  ร้อยละ 59.47 เกิดจากการซื้อ/ผ่อน/ชำระสินค้า การบริการ สินค้าอุปโภคบริโภค รองลงมาร้อยละ 35.46 เกิดจากการลงทุนในการประกอบอาชี พ การดำเนินธุรกิจ กิจการ การเกษตร การค้าขาย ร้อยละ14.24 เกิดจากการเลี้ยงดูบุตรหลาน ร้อยละ 11.89 เกิดจากการเลี้ยงดูบุคคลในครอบค รัว ร้อยละ 6.17 เกิดจากการสร้าง ต่อเติม ปรับปรุงที่อยู่อาศัย บ้าน คอนโด ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ

สำหรับวิธีการบริหารจัดการหนี้สิ นของประชาชนที่มีหนี้สิน พบว่า ผู้ที่มีหนี้สินนั้นส่วนใหญ่ ร้อยละ 61.01 จะชำระยอดค้างให้ตรงต่อเวลา ร้อยละ 19.46 ไม่สร้างหนี้สินเพิ่มเติม ร้อยละ 14.17 ลดค่าใช้จ่าย ร้อยละ 13.29 หาช่องทางการเพิ่มรายได้ เช่น ทำอาชีพเสริม หารายได้พิเศษ ทำงานล่วงเวลา ร้อยละ 10.50 ระบุว่า เลือกแบ่งงวดจ่ายให้มากครั้ง แต่จ่ายจำนวนเงินต่อครั้งให้น้อ ย ๆ ขณะที่ประชาชนมีความสามารถในการ ชำระหนี้สินเฉลี่ย 7.72 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 10)ซึ่งอยู่ในระดับมาก  

นอกจากนี้ภายในงานยังได้มีการจั ดเสวนา เรื่อง “พฤติกรรมการออมและภาวะหนี้สินข องคนไทย” โดยได้รับเกียรติจากนายสุรพล  โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร ผศ.ดร.ณดา จันทร์สม คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ นิด้า และ ผศ.ดร.ปริยดา              สุขเจริญสิน ผู้อำนวยการหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ การเงิน คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ และผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาก าร นิด้า ให้เกียรติเป็นวิทยากรในการร่วม เสวนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเชิงวิช าการ เป็นการให้ความรู้แบ่งปันประสบก ารณ์ เกี่ยวกับผลการสำรวจ ปัญหาสถานการณ์หนี้ครัวเรือนของ ไทย ตลอดจนแนวนโยบายในการจัดการปัญห าหนี้ครัวเรือนด้วย 

ในการนี้ นายสุรพล เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเครดิตบูโรได้ร่วมสนับ สนุนข้อมูลวิชาการที่เป็นประโยช น์ แก่ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” นับว่าเป็นความร่วมมือการสำรวจค วามคิดเห็นของประชาชนครั้ งแรกเพื่อเป็นทางเลือกในการบริ หารจัดการทรัพย์สิน หนี้สิน การออม การใช้จ่าย ซึ่งผลสำรวจในครั้งนี้ถือได้ว่า เป็นเสียงสะท้อนที่เกิดขึ้นจริง ในสังคมไทยในปัจจุบันได้ เป็นอย่างดี และผลที่ได้จะช่วยต่อยอดวิเคราะ ห์เรื่องการเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออม ภาวะหนี้สิน การใช้จ่าย และท้ายที่สุดจะนำไปสู่การป้องกั น แก้ไขปัญหาหนี้ของคนไทยได้อย่าง ทันการณ์ต่อไป  โดยเครดิตบูโรได้ให้ความสำคัญแล ะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเริ่มต้ นแก้ไขปัญหาหนี้ คือ ให้ความรู้ความเข้าใจ เพื่อสร้างพฤติกรรมและวินัยทางก ารเงินที่ดี ผ่านเว็บไซต์ “มันหนี้” หรือ “Thai Debt Money” แก่กลุ่มผู้มีภาวะหนี้สินและประ ชาชนทั่วไป ถือว่าสอดคล้องกับมาตรการส่งเสริ มแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินในระ ดับภูมิภาคของรัฐบาลอีกด้วย

You may also like...